ข่าว
สวทช. ผนึก กรมหม่อนไหม และ ธ.ก.ส. จัดงาน SilkPro Innovation Day ชูนวัตกรรมเอนไซม์ลอกกาวไหม ยกระดับผ้าไหมทุ่งกุลาสู่มาตรฐานสากล
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) ร่วมกับ กรมหม่อนไหม และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดงาน “SilkPro Innovation Day” ณ โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านดอนหลี่ ตำบลหนองบัวแก้ว อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เพื่อนำเสนอความสำเร็จของการใช้นวัตกรรมเอนไซม์ลอกกาวไหม SilkPro ในการยกระดับกระบวนการผลิตผ้าไหมทุ่งกุลาให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและได้มาตรฐานสากล
นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ระบุว่า พื้นที่อำเภอพยัคฆภูมิพิสัยในเขตทุ่งกุลาร้องไห้เป็นแหล่งผลิตผ้าไหมสำคัญ การนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ ซึ่งความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัย สถาบันการเงิน และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในครั้งนี้ เป็นการผลักดันงานวิจัยไปสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร
ด้าน ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง รองผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. ให้ข้อมูลว่า ทีมวิจัยเทคโนโลยีตัวเร่งปฏิกิริยาชีวภาพ นำโดย ดร.ธิดารัตน์ นิ่มเชื้อ ได้พัฒนาเทคโนโลยี SilkPro ซึ่งเป็นเอนไซม์โปรติเอสที่มีความจำเพาะต่อโปรตีนกาวไหม ช่วยลดการใช้สารเคมี ลดพลังงานความร้อน และร่นระยะเวลาในกระบวนการผลิต ทำให้เส้นไหมมีความนุ่ม แข็งแรง และย้อมสีธรรมชาติติดได้ดีขึ้น โดยสามารถประยุกต์ใช้กับน้ำประปาและอุปกรณ์เดิมของชุมชนได้ทันที ทั้งนี้ ในปี 2569 ได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน 11 แห่ง ใน 5 จังหวัด รวม 299 คน พร้อมจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ 3 แห่ง เพื่อรองรับการผลิตเชิงพาณิชย์




ขณะที่ นายจิรศักดิ์ สุยาคำ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนา SME และ Startup ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กล่าวว่า ธ.ก.ส. มุ่งส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยพร้อมสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการ และการขยายช่องทางตลาด เพื่อให้เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนนำนวัตกรรมชีวภาพไปเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ งาน SilkPro Innovation Day จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้แก่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ นักออกแบบ และเครือข่ายผู้ผลิตผ้าไหมในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ 5 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ศรีสะเกษ สุรินทร์ และยโสธร จำนวนกว่า 150-200 คน โดยมุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อขยายผลสู่ตลาดสากลอย่างเป็นรูปธรรม
