Connect with us

ข่าว

ดีพี เวิลด์ ต่อสัญญาสัมปทานท่าเรือแหลมฉบัง 5 ปี รุกแผนลดคาร์บอนด้วยรถขนถ่ายไฟฟ้า

Published

on

ดีพี เวิลด์ (DP World) ต่อสัญญาสัมปทานท่าเทียบเรือ B5 แหลมฉบัง 5 ปีรวดจนถึงปี 2574 พร้อมเดินหน้าแผนใช้รถขนถ่ายไฟฟ้า eITV ลดมลพิษ และเชื่อมต่อรางรถไฟขอนแก่น

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ดีพี เวิลด์ (DP World) ผ่านบริษัทร่วมทุน แหลมฉบัง อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินัล จำกัด (LCIT) บรรลุข้อตกลงต่อสัญญาสัมปทานการบริหารจัดการ ท่าเทียบเรือคอนเทนเนอร์ B5ท่าเรือแหลมฉบัง (Laem Chabang Port) ออกไปอีก 5 ปี ภายหลังการอนุมัติจาก การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) หรือ PAT เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการขนส่งสินค้าผ่านประตูการค้าหลักของไทย พร้อมชูแผนยุทธศาสตร์ความยั่งยืนด้วยการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้เครื่องจักรไฟฟ้าเต็มรูปแบบเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

สำหรับการต่อสัญญาในครั้งนี้จะมีผลครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 ไปจนถึงเดือนเมษายน 2574 โดย LCIT ในฐานะผู้บริหารจัดการ ท่าเทียบเรือ B5 และ C3 จะยังคงบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งปัจจุบันท่าเทียบเรือดังกล่าวมีความยาวหน้าท่ารวม 900 เมตร สามารถรองรับเรือได้พร้อมกันถึง 4 ลำ พร้อมสถานีบรรจุและแยกตู้คอนเทนเนอร์ (CFS) ขนาดใหญ่ โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทได้สร้างสถิติใหม่ด้วยปริมาณการขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์สูงถึง 1.936 ล้าน TEU ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ขององค์กร

เกลน ฮิลตัน (Glen Hilton) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท DP World ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เปิดเผยว่า “การขยายสัมปทานที่ท่าเรือแหลมฉบังในครั้งนี้จะช่วยให้การบริการลูกค้าของเราเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพในช่วงเวลาที่ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันและความซับซ้อนที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยการรักษาประสิทธิภาพและความเป็นเลิศในการดำเนินการร่วมกับพันธมิตรของเราอย่าง LCIT เราจึงสามารถขับเคลื่อนการขนส่งสินค้าในเส้นทางการค้าที่สำคัญได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการส่งเสริมการเติบโตทางธุรกิจและความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของทั้งประเทศไทยและทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก”

นอกจากด้านการดำเนินการขนส่ง ดีพี เวิลด์ (DP World) ยังมุ่งเน้นการขับเคลื่อนความยั่งยืนภายในท่าเรือ โดยตั้งแต่ปี 2568 ได้มีการนำ รถขนถ่ายสินค้าไฟฟ้า (eITV) เข้ามาใช้งาน ซึ่งพบว่าสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 60% เมื่อเทียบกับการใช้เครื่องยนต์ดีเซลแบบเดิม สำหรับแผนงานในปี 2569 บริษัทเตรียมยกระดับด้วยการติดตั้งรถขนถ่ายสินค้าไฟฟ้าเพิ่มเติม รวมถึงรถยกตู้คอนเทนเนอร์ไฟฟ้า และรถยกตู้คอนเทนเนอร์เปล่าไฟฟ้า เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ท่าเรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

Advertisement

ปัจจุบันเครือข่ายโลจิสติกส์ของ DP World ในประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่พื้นที่ท่าเรือ แต่ยังครอบคลุมถึงการขนส่งข้ามพรมแดนและระบบราง โดยล่าสุดได้เปิดให้บริการลานตู้คอนเทนเนอร์ที่เชื่อมต่อกับระบบรถไฟใน จังหวัดขอนแก่น เพื่อให้บริการรับส่งสินค้ามายังท่าเรือแหลมฉบังจำนวน 3 เที่ยวต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นการขยายขีดความสามารถในการเชื่อมโยงสินค้าจากภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่ตลาดโลกผ่านโครงข่ายที่ไร้รอยต่อ

Continue Reading
Advertisement