Connect with us

การเมือง

ครม. เคาะออก พรก. กู้เงินแก้วิกฤตพลังงาน เร่งช่วยกลุ่มเป้าหมายพร้อมปรับโครงสร้างสู่พลังงานสะอาด

Published

on

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 5 พฤษภาคม 2569

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายกรัฐมนตรีแถลงมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบการออก พระราชกำหนด (พรก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและเศรษฐกิจทั่วโลก โดยมุ่งเน้นการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เกษตรกร และผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมวางแผนปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศไทยไปสู่ พลังงานสะอาด เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ได้ร่วมกันแถลงถึงความจำเป็นในการออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ โดยระบุว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อ ราคาพลังงาน และลามไปถึงราคาอาหาร ซึ่งกดดันค่าครองชีพของประชาชนอย่างหนัก รัฐบาลจึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษภายใต้กรอบกฎหมายเพื่อยับยั้งความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจชะลอตัว (Stagflation)

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยถึงวัตถุประสงค์หลักของ พรก. กู้เงิน ฉบับนี้ว่ามี 2 ประการ คือการบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพเพื่อไม่ให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก และการเร่งปรับโครงสร้างพลังงานเพื่อลดความเปราะบาง โดยมาตรการจะมุ่งเป้าไปที่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี (SME) ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น

ในส่วนของแนวทางการดำเนินงานจะแบ่งเป็น 2 ทิศทางหลัก คือการลดภาระค่าครองชีพและต้นทุนภาคการผลิต โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมที่จะมีการสนับสนุนปัจจัยการผลิตที่จำเป็น เช่น ปุ๋ย และอีกทิศทางคือการเปลี่ยนผ่านสู่ พลังงานสมัยใหม่ โดยลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล เพื่อให้ประเทศไทยมีต้นทุนพลังงานที่เสถียรและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล รวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

Advertisement

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้ายว่า “ด้วยหลักการและเหตุผลที่กล่าวมานี้ พระราชกำหนดฉบับนี้จึงเป็นทั้งเครื่องมือในการพาประเทศผ่านวิกฤต และเป็นการวางรากฐานเพื่อลดความเปราะบางทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยยังคงรักษาวินัยการคลังอย่างเคร่งครัด แนวทางการแก้ปัญหาในครั้งนี้ ไม่ได้จะทำให้ปัญหาที่เป็นวิกฤตของโลกนั้นหายไป แต่จะทำให้คนไทยมีแรงรับมือกับปัญหาได้ดีขึ้น”

ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าการออกกฎหมายดังกล่าวเป็นการดำเนินการในกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อประคับประคองประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับวงเงินและระเบียบการกู้เงินนั้น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง (Ministry of Finance) จะเป็นผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในลำดับต่อไป

Continue Reading
Advertisement