ข่าว
ROCTEC เร่งเครื่องวางรากฐานดิจิทัล รับเทรนด์เมืองอัจฉริยะ Smart City มูลค่าตลาดโลกพุ่ง 122 ล้านล้านบาท
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ตลาดเมืองอัจฉริยะระดับโลกเตรียมขยายตัวสูงถึง 3.76 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 122 ล้านล้านบาท ภายในปี 2030 โดยมีภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นหัวเจาะสำคัญในการเติบโต ซึ่ง บริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ ROCTEC ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ชี้ให้เห็นว่าหัวใจสำคัญของ เมืองอัจฉริยะ (Smart City) ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ แต่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านระบบการเดินทางและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่เริ่มเห็นการวางรากฐานระบบอัจฉริยะ เช่น ป้ายรถไฟฟ้าเรียลไทม์ และระบบบริหารจัดการจราจร
ในองค์ประกอบของ Smart City นั้น ระบบการเดินทาง (Smart Mobility) ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและเวลาของผู้คน ข้อมูลระบุว่าประชากรในกรุงเทพฯ ต้องเสียเวลากับการจราจรติดขัดเฉลี่ยถึง 115 ชั่วโมงต่อปีในปี 2025 ซึ่งเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจที่มหาศาล เมื่อเทียบกับต้นแบบอย่างฮ่องกงที่มีระบบ MTR รองรับผู้โดยสารกว่า 5 ล้านคนต่อวัน ด้วยความแม่นยำด้านเวลาสูงถึง 99.9% สะท้อนให้เห็นว่าความแตกต่างของเมืองอยู่ที่คุณภาพของระบบและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่อยู่เบื้องหลัง
ROCTEC ในฐานะผู้วางระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) ได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในระบบรางและรถไฟฟ้า ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของการเดินทาง โดยครอบคลุมตั้งแต่ระบบสื่อสารการเดินรถ (Railway Communication Systems) ระบบควบคุมรถไฟ กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ ระบบรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ และระบบอาคารอัจฉริยะ นอกจากนี้ยังมีการนำเทคโนโลยี IoT และ Predictive Maintenance มาใช้เพื่อคาดการณ์ความขัดข้องของระบบล่วงหน้า ช่วยให้การเดินรถมีความเสถียรและปลอดภัย
นอกจากระบบขนส่งแล้ว การสื่อสารในเมืองยุคใหม่ยังต้องครอบคลุมถึงโลกดิจิทัล โดยธุรกิจสื่อดิจิทัลไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่การโฆษณา แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการสื่อสารที่ช่วยให้ข้อมูลข่าวสารเข้าถึงผู้คนได้ตามบริบทจริง ซึ่งในช่วงปลายปี 2569 ROCTEC เตรียมขยายบทบาทร่วมกับ บีทีเอส กรุ๊ป (BTSG) ผ่านการใช้นวัตกรรมจากศูนย์วิจัยและพัฒนาของตนเอง (In-house R&D) เพื่อต่อยอดจากระบบการเดินทางอัจฉริยะไปสู่การใช้ชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) อย่างเต็มรูปแบบ
ROCTEC ระบุว่า “เมืองอัจฉริยะที่แท้จริงอาจไม่ได้หมายถึงเมืองที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยจำนวนมาก หากแต่เป็นเมืองที่ทำให้ผู้คนรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าชีวิตดีขึ้นจริงในทุกมิติ ตั้งแต่ระบบการเดินทางที่เชื่อถือได้และทำให้ผู้คนรู้สึกปลอดภัย ระบบการสื่อสารของเมืองที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ ไปจนถึงบ้านและการอยู่อาศัยที่สามารถเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตได้อย่างลงตัว”
แนวคิดนี้ถูกขับเคลื่อนผ่านระบบนิเวศที่เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ระบบ Smart ICT ซึ่งเป็นรากฐานข้อมูล ไปจนถึง Smart Grid และ Smart Environment ที่ช่วยบริหารจัดการพลังงานและความยั่งยืนในระยะยาว โดยเป้าหมายหลักคือการสร้างโซลูชันที่เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีไปสู่คุณค่าที่ผู้คนสามารถสัมผัสได้ในชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม
