Connect with us

ข่าว

การบินพลเรือนฯ เร่งตรวจสอบเหตุเฮลิคอปเตอร์ส่วนบุคคลตกร่วงใกล้ปั๊มน้ำมันย่านสมุทรปราการ

Published

on

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ตรวจสอบเหตุเฮลิคอปเตอร์ส่วนบุคคล HS-SSG ตกย่านสมุทรปราการ พบเอกสารการบินครบถ้วน เร่งหาสาเหตุอุบัติเหตุร่วมกับ กสอ.

สำนักข่าวบริคอินโฟ – เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ส่วนบุคคลประสบอุบัติเหตุตกลงบริเวณปั๊มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยเบื้องต้นไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ด้านสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ CAAT (The Civil Aviation Authority of Thailand) ได้เข้าติดตามสถานการณ์และประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน

อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09.15 น. บริเวณปั๊ม ปตท. ซอยบางเมฆขาว ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ โดยอากาศยานที่ประสบเหตุเป็นเฮลิคอปเตอร์ส่วนบุคคล หมายเลขทะเบียน HS-SSG แบบ G2CA ซึ่งอยู่ระหว่างการทำการบินจากที่ขึ้นลงชั่วคราวบางเมฆขาว มุ่งหน้าไปยังที่ขึ้นลงชั่วคราวสนามบินทานตะวัน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ก่อนจะเกิดเหตุขัดข้องจนตกลงในพื้นที่ดังกล่าว

จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นด้านการกำกับดูแลโดย CAAT พบว่าอากาศยานและการปฏิบัติการบินลำนี้มีเอกสารสำคัญตามมาตรฐานความปลอดภัยครบถ้วนและยังมีผลบังคับใช้ ไม่ว่าจะเป็นใบสำคัญการจดทะเบียน (Certificate of Registration), ใบสำคัญสมควรเดินอากาศ (Certificate of Airworthiness), ใบอนุญาตนักบิน, ใบอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคล รวมถึงใบอนุญาตจัดตั้งที่ขึ้นลงชั่วคราว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในด้านเอกสารและสิทธิตามกฎหมายมีความพร้อมก่อนการทำการบิน

ในการจัดการเหตุการณ์ครั้งนี้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้ประสานงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัย (สกชย.), สำนักงานคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ของอากาศยาน (กสอ.) และบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) หรือ AEROTHAI เพื่อติดตามสถานการณ์และรวบรวมพยานหลักฐานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

Advertisement

สำหรับสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ยังอยู่ในกระบวนการสอบสวนอย่างละเอียด โดยทางหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงระบุว่า “สาเหตุของอุบัติเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุฯ และ CAAT จะดำเนินการตรวจสอบด้านความปลอดภัยในเบื้องต้นตามอำนาจหน้าที่ และติดตามผลการสอบสวนอย่างใกล้ชิดต่อไป” เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดและวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อนในอนาคต

Continue Reading
Advertisement