ข่าว
รัฐบาลเผยภาพรวมสงกรานต์ 2569 เงินสะพัดทั่วประเทศ ภูเก็ตทำรายได้ทะลุ 4 พันล้านบาท
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลสรุปภาพรวมการจัดงาน เทศกาลสงกรานต์ 2569 พบความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจคึกคักทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะการฟื้นตัวของ เศรษฐกิจฐานราก ที่ได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภายในประเทศ กิจกรรมในแต่ละพื้นที่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนสู่ประชาชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่จังหวัดภูเก็ตซึ่งคาดการณ์รายได้เฉพาะช่วงเทศกาลพุ่งสูงกว่า 4,000 ล้านบาท
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงรายละเอียดการจัดงานในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และภาคกลางว่า มีการกระจายจุดจัดกิจกรรมมากกว่า 91 แห่งทั่วเมือง ข้อมูลเบื้องต้น ณ วันที่ 12 เมษายน 2569 พบว่าใน 6 สถานที่หลักมีผู้เข้าร่วมงานรวมกว่า 558,561 คน โดยเฉพาะงาน สงกรานต์สยาม 2569 ณ สยามสแควร์ (Siam Square) มีผู้เข้าร่วมงานสูงสุดถึง 183,544 คน ตามมาด้วย ถนนสีลม (Silom Road) และ ไอคอนสยาม (ICONSIAM) ขณะที่จังหวัดปริมณฑลและภาคกลางอย่าง สมุทรปราการ และ พระนครศรีอยุธยา เน้นการจัดกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมช่วยให้รายได้กระจายตัวสู่ชุมชนรอบนอกอย่างต่อเนื่อง
สำหรับพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคเหนือพบการขยายตัวของรายได้จากการจัดกิจกรรมระยะยาว โดยจังหวัด ชลบุรี (Chonburi) และ เมืองพัทยา (Pattaya) มีการจัดงาน วันไหล ต่อเนื่องไปจนถึงปลายเดือนเมษายนเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย ส่วนจังหวัด ระยอง สร้างจุดเด่นผ่านกิจกรรม สงกรานต์ถนนทุเรียน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ด้านภาคเหนือยังคงเอกลักษณ์ ปี๋ใหม่เมือง โดยมีจังหวัด เชียงใหม่ (Chiang Mai) เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 6–17 เมษายน ควบคู่ไปกับการจัดงานในจังหวัด เชียงราย และ พะเยา ที่เน้นกิจกรรมร่วมสมัยเพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย
ในส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักตามอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยเฉพาะ ถนนข้าวเหนียว ในจังหวัด ขอนแก่น (Khon Kaen) รวมถึงงานขนาดใหญ่ใน นครราชสีมา และ อุดรธานี ที่ส่งผลต่อการหมุนเวียนรายได้ในพื้นที่ชัดเจน ส่วนภาคใต้นั้น ภูเก็ต (Phuket) ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางหลัก ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 11–15 เมษายน จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่ประมาณ 149,690 คน สร้างรายได้หมุนเวียนสูงถึง 4,083 ล้านบาท ขณะที่ สงขลา และ นครศรีธรรมราช สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้เป็นจำนวนมากเช่นกัน
นางสาวลลิดา กล่าวทิ้งท้ายถึงภาพรวมเศรษฐกิจในครั้งนี้ว่า แม้จะมีผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจโลก แต่การท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้ซอฟต์พาวเวอร์ทางวัฒนธรรมมาเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ “สงกรานต์ปีนี้ไม่ใช่แค่คึกคัก แต่คือรายได้ที่เกิดขึ้นจริงกับคนไทยในทุกพื้นที่ ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยไปจนถึงภาคธุรกิจท้องถิ่น ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากที่เห็นผลได้อย่างชัดเจน”
