ข่าว
กรมการขนส่งทางบกสั่งตรวจเข้มแท็กซี่หมดอายุและรถเมล์เถื่อน ฝ่าฝืนสั่งลงโทษหนักปรับสูงสุด 1 แสนบาท
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กรมการขนส่งทางบก ยกระดับมาตรการความปลอดภัยเชิงรุก สั่งการกองตรวจการขนส่งทางบกสนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบ รถโดยสารสาธารณะ อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกลุ่ม รถแท็กซี่ (Taxi) ที่ครบกำหนดอายุการใช้งานตามกฎหมาย และรถโดยสารที่เคยร่วมเดินรถกับ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) แต่แอบนำกลับมาวิ่งให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้บริการและสร้างความเชื่อมั่นในระบบขนส่งมวลชน
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (Department of Land Transport – DLT) เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ดำเนินการตรวจเช็ก รถแท็กซี่มิเตอร์ (Taxi Meter) ที่หมดอายุการใช้งานอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตือนเจ้าของรถที่ครบกำหนดต้องรีบส่งคืนแผ่นป้ายทะเบียนและนำสมุดคู่มือมาแจ้งระงับทะเบียนหรือเปลี่ยนประเภทรถต่อนายทะเบียนภายใน 30 วัน นอกจากนี้จะต้องถอดอุปกรณ์สัญลักษณ์รถรับจ้างออกทั้งหมด ทั้งโป๊ะไฟบนหลังคาและป้ายแสดงสถานะว่างหากฝ่าฝืนนำรถที่ไม่ได้จดทะเบียนมาวิ่งรับส่งผู้โดยสาร จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
สำหรับจุดสังเกต แท็กซี่หมดอายุ ในเขตกรุงเทพมหานคร ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 5 มีนาคม 2569 ประกอบด้วย แท็กซี่บุคคลสีเขียว-เหลือง หมวดอักษร ทจ, มก, มข, มค, มง, มจ, มฉ, มช และหมวด มฎ จนถึงเลข 6440 ส่วนทางด้าน แท็กซี่นิติบุคคล จะเป็นหมวดอักษร ทฉ, ทต, ทท, ทธ, ทน, ทพ, ทม, ทย, ทร, ทล, ทว, ทศ, ทษ และหมวด ทส จนถึงเลข 1510 ซึ่งหากประชาชนพบเห็นรถในหมวดดังกล่าวควรหลีกเลี่ยงการใช้บริการเพื่อความปลอดภัย

นอกจากกรณีรถแท็กซี่แล้ว กรมฯ ยังได้เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ รถเมล์ หรือรถโดยสารประจำทางที่เคยทำสัญญาเป็นรถร่วมบริการกับ BMTA หรือ ขสมก. ที่ได้แจ้งยกเลิกประกอบการไปแล้วแต่ยังลักลอบนำรถมาวิ่งให้บริการผิดกฎหมาย “หากพบการนำรถดังกล่าวมาลักลอบให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต จะดำเนินการลงโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” นายสรพงศ์ กล่าวเน้นย้ำ
ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสการกระทำผิดหรือประสบปัญหาจากการใช้บริการ รถสาธารณะ ที่ไม่ปลอดภัย สามารถร้องเรียนผ่านช่องทางสายด่วน 1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาดต่อไป
