ข่าว
อินโนพาวเวอร์ เผยผลประกอบการปี 68 กำไรพุ่ง 7.5 เท่า รุกบทบาทตัวกลางซื้อขายใบรับรองพลังงานหมุนเวียน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด (INNOPOWER) ประกาศความสำเร็จผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ด้วยรายได้รวมกว่า 274.2 ล้านบาท และทำกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 7.5 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากการขยายตัวของธุรกิจนวัตกรรมพลังงานสะอาดที่สามารถทำรายได้เชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเดินหน้ายกระดับสู่การเป็น REC Aggregator รายแรกในประเทศไทย เพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อยเข้าสู่ตลาดการผลิตพลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน
นายอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด (INNOPOWER) เปิดเผยว่า ผลประกอบการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีที่ผ่านมามีปัจจัยหลักมาจากนวัตกรรมและโซลูชันของบริษัทที่ตอบโจทย์ความต้องการลดคาร์บอนของลูกค้าได้ในทุกระยะของการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ประกอบกับการบริหารจัดการด้านการเงินที่มีความรัดกุมท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 25.4 ล้านบาท ทะยานสูงขึ้นจากปี 2567 ที่มีกำไรเพียง 3.4 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นจากคู่ค้าและพันธมิตรตลอดระยะเวลา 4 ปีในการดำเนินธุรกิจ
ปัจจุบัน อินโนพาวเวอร์ ได้พัฒนาธุรกิจนวัตกรรมสู่รูปแบบพาณิชย์รวม 14 ธุรกิจ โดยมี 6 กลุ่มธุรกิจหลักที่เข้าไปสนับสนุนผู้ถือหุ้นและให้บริการแก่ลูกค้าทั่วไป ประกอบด้วย บริการติดตั้งระบบ โซลาร์เซลล์ (Solar), บริการติดตั้ง EV Charger ครบวงจร, ธุรกิจ EV Fleet และการให้บริการซื้อขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน หรือ Renewable Energy Certificate (REC Trading) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน
ไฮไลต์สำคัญในปีที่ผ่านมาคือการยกระดับจากการเป็นผู้ค้า REC รายใหญ่ สู่บทบาท REC Aggregator รายแรกของประเทศ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางรวบรวมใบรับรองพลังงานหมุนเวียนจากผู้ผลิตรายย่อย เช่น บ้านพักอาศัยที่ติดตั้ง โซลาร์รูฟท็อป และกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ให้สามารถนำพลังงานสะอาดที่ผลิตได้มาสร้างมูลค่าเพิ่มและเข้าถึงตลาดซื้อขายได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงตลาดพลังงานสะอาดที่เดิมมักจำกัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เท่านั้น
ในด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โซลูชันของ INNOPOWER สามารถสนับสนุนพันธมิตรให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 1.6 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂e) เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้เพื่อดูดซับคาร์บอนประมาณ 170 ล้านต้น หรือลดการใช้ถุงพลาสติกมากกว่า 8,000 ล้านใบ ตอกย้ำบทบาทการเป็นคู่ค้าด้านการลดคาร์บอน (Decarbonization Partner) ที่ช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทวางเป้าหมายที่จะรักษาตำแหน่งผู้นำด้านการลดคาร์บอนแบบครบวงจร โดยมุ่งเน้นการให้คำปรึกษาและนำเสนอโซลูชันที่เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันโดยไม่เพิ่มภาระต้นทุน โดยจะขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและกลุ่มธุรกิจเฉพาะทาง เช่น การท่องเที่ยวสีเขียว (Green Tourism) เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกในระดับประเทศต่อไป
