Connect with us

Pop Culture & Sub Culture

มังงะ มหาเวทย์ผนึกมาร ปลุกกระแสความเชื่อพื้นบ้าน ดันยอดขายหนังสือประวัติศาสตร์ที่พิพิธภัณฑ์ญี่ปุ่นพุ่ง

Published

on

อิทธิพลมังงะ Jujutsu Kaisen มหาเวทย์ผนึกมาร ทำหนังสือพิพิธภัณฑ์เทศบาลโตโนะ (Tono Municipal Museum) พิมพ์ซ้ำเป็นประวัติการณ์ ดึงคนรุ่นใหม่เรียนรู้ตำนานลี้ลับญี่ปุ่น

สำนักข่าวบริคอินโฟ – อิทธิพลของมังงะและอนิเมะชื่อดัง มหาเวทย์ผนึกมาร หรือ Jujutsu Kaisen กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการวิชาการและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในญี่ปุ่น หลังจากหนังสือรวบรวมรายการวัตถุจัดแสดง ของ พิพิธภัณฑ์เทศบาลโตโนะ (Tono Municipal Museum) ในจังหวัดอิวาเตะ มียอดสั่งพิมพ์ซ้ำสูงเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากเนื้อหาในนิทรรศการมีความเชื่อมโยงกับเรื่องราวลี้ลับและการปัดเป่าคำสาป ซึ่งละม้ายคล้ายกับเนื้อเรื่องในมังงะ จนดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้หันมาสนใจตำนานพื้นบ้าน โตโนะ โมโนกาตาริ (Tono Monogatari) อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

ทาง พิพิธภัณฑ์เทศบาลโตโนะ เปิดเผยว่า หนังสือแคตตาล็อก 2 เล่มที่เป็นประเด็นสำคัญคือ Tono Monogatari to Jujutsu และ Tono Monogatari to Ikai โดยเนื้อหาภายในเล่มแรกนั้นประกอบไปด้วยภาพถ่ายจำนวนมากที่แสดงถึงพิธีกรรมการร่ายเวทมนตร์ตามที่ปรากฏในบันทึกตำนานพื้นบ้าน รวมถึงธรรมเนียมท้องถิ่นในการป้องกันสิ่งชั่วร้าย และตุ๊กตาที่เชื่อว่าเป็นที่สถิตของเทพเจ้าคุ้มครอง ส่วนเล่มที่สองอย่าง Ikai ได้นำเสนอภาพถ่ายปัจจุบันของสถานที่ตามตำนาน เช่น สะพานที่ชาวบ้านอ้างว่าพบเจอกับวิญญาณ ซาชิกิวาราชิ (Zashiki Warashi) และวัตถุที่เชื่อว่าเป็นของเหลือทิ้งจาก เท็นงู (Tengu) สิ่งมีชีวิตในตำนานของญี่ปุ่น

ปรากฏการณ์นี้ทำให้ฐานกลุ่มผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่กลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้สูงอายุช่วงวัย 50-60 ปี กลายเป็นกลุ่มผู้หญิงอายุระหว่าง 20-30 ปีที่หลั่งไหลเข้ามาชมการจัดแสดงนิทรรศการเป็นจำนวนมาก

ซาโตมิ อาซานุมะ ภัณฑารักษ์วัย 46 ปี ระบุว่า “โดยปกติแล้วเราจะพิมพ์แคตตาล็อกนิทรรศการประมาณ 1,000 เล่ม และค่อยๆ ขายไปจนกว่าจะหมด ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อหมดแล้วก็จะไม่มีการพิมพ์เพิ่ม” แต่ความต้องการที่ล้นหลามทำให้แผนการเดิมต้องเปลี่ยนไป

Advertisement

สำหรับการจัดนิทรรศการชุด Jujutsu ครั้งแรกในปี 2021 ประสบความสำเร็จอย่างสูงจนต้องจัดซ้ำอีกครั้งในอีกสองปีต่อมา ซึ่งการพิมพ์ครั้งแรกจำนวน 1,000 เล่มสำหรับการจัดงานครั้งที่สองนั้นขายหมดในทันที แม้นิทรรศการจะสิ้นสุดลงแต่ยอดสั่งซื้อยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการพิมพ์ซ้ำถึง 5 ครั้ง รวมยอดการผลิตทั้งหมด 5,800 เล่ม ณ เดือนพฤษภาคม 2025 นอกจากนี้กระแสบนโซเชียลมีเดียยังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยบัญชีผู้ใช้งาน X อย่างเป็นทางการของพิพิธภัณฑ์มียอดผู้ติดตามพุ่งจาก 23,000 คน เป็นประมาณ 40,000 คนในช่วงปี 2023

ทางด้าน ฮิโรชิ ฮาเซกาวะ ผู้อำนวยการ พิพิธภัณฑ์เทศบาลโตโนะ วัย 53 ปี ได้แสดงทัศนะถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “หวังเป็นอย่างยิ่งว่านิทรรศการและหนังสือเหล่านี้จะช่วยให้ผู้คนได้กลับมาค้นพบเสน่ห์ของ โตโนะ โมโนกาตาริ อีกครั้ง”

ทั้งนี้ รายงานระบุว่าในการจัดนิทรรศการครั้งที่สามซึ่งลากยาวไปจนถึงเดือนมกราคม 2026 หนังสือเล่มดังกล่าวยังคงทำยอดขายได้ดีเยี่ยม เช่นเดียวกับเล่ม Ikai ที่จัดขึ้นในปี 2024 ก็มีการพิมพ์ซ้ำเป็นครั้งที่สามในปี 2025 โดยผู้ซื้อส่วนใหญ่มักเลือกซื้อหนังสือทั้งสองเล่มไปสะสมเป็นชุดคู่กัน

Advertisement
Continue Reading
Advertisement