ข่าว
“บริษัท บิทคอยน์” เลิกกิจการ ไม่ได้แปลว่า สกุลเงิน”บิทคอยน์”เจ๊ง!
สำหรับกรณี บริษัท บิทคอยน์ จำกัด (BX) ที่แจ้งเตือนลูกค้าในการเลิกประกอบกิจการ หลายคนตกใจว่า สกุลเงินดิจิทัล “บิทคอยน์” ในไทย เจ๊งแล้วเหรอ ? ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “สกุลเงินดิจิทัล” ถ้าจะเปลี่ยนแปลงเป็นเงิน “บาทไทย” ต้องมีคนรับแลก ถ้าเปรียบง่ายๆก็เหมือน SuperRich หรือ Exchange เจ้าต่างๆ เพียงแค่เปลี่ยนจากแลกเงิน สหรัฐ , อังกฤษ มาเป็นสกุลเงินดิจิทัล
- แล้วไทยมีคนแลกสกุลเงินดิจิทัลแบบนี้กี่เจ้า ?
ตามที่ ก.ล.ต.(ตำรวจตลาดหุ้น)รับรอง โดยเรียกว่า “ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange)” มีทั้งหมด 3 เจ้า คือ BITKUB , Satang Pro และ BX(บริษัท บิทคอยน์ จำกัด ที่จะเลิกกิจการ) และได้รับอนุญาตแล้วแต่ยังไม่ธุรกิจกิจการอีก 2 บริษัท(เตรียมความพร้อม) - ละเงินดิจิทัลที่อยู่กับ BX จะไปไหน ชิ่งเงินได้ไหม ?
ต้องบอกว่าขั้นตอนการคืนใบอนุญาต BX นับจากวันประกาศจะเลิกประกอบธุรกิจเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล จะต้อง “คืนทรัพย์สินลูกค้าหมด” หรือกรณีมีทรัพย์สินค้าง BX ต้องวางทรัพย์กับกรมบังคับคดี หรือมีวิธีการจัดการทรัพย์สินของลูกค้าเรียบร้อย จึงสามารถยื่นคำขอเข้าสู่กระบวนการขอเลิกประกอบธุรกิจฯ ได้ - ก.ล.ต. ออกมาเตือน ระวังมิจฉาชีพ
ทั้งนี้ ก.ล.ต. ระบุว่า ผู้ลงทุนควรใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากอาจมีผู้ฉวยโอกาสนี้หลอกลวงให้ผู้ลงทุนหลงเชื่อว่าเป็นช่องทางของ BX ในการรับโอนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล จึงขอให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลและติดต่อที่เว็บไซต์ข้างต้นของ BX.in.th โดยตรงเท่านั้น หรือ “ศูนย์แนะนำช่วยเหลือผู้ลงทุนเฉพาะกิจ” ที่จัดตั้งโดย ก.ล.ต. เพื่อดูแลผู้ลงทุนที่เป็นลูกค้า BX โดยลูกค้าสามารถขอคำแนะนำได้ที่ Help Center ของ ก.ล.ต. หมายเลข 1207 กด 7 หรืออีเมล [email protected] 24ชั่วโมง 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2562 เวลา 6.45 น. เป็นต้นไป
สำหรับสาเหตุของการที่ BX แจ้งจะเลิกประกอบธุรกิจ เป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นไปตามที่บริษัทแจ้งไว้ในเว็บไซต์ เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2562 เวลา 06.06 น. ซึ่งบริษัทเปิดเผยขั้นตอนต่างๆ รวมทั้งให้คำแนะนำลูกค้าไว้ ตามขั้นตอนต่างๆ ผลกระทบ คือ ลูกค้าของ BX จะต้องรับโอนทรัพย์สินมาที่กระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ของตนเอง หรือศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (exchange) รายอื่น หรือสั่งขาย หรือหากลูกค้ามีเงินสดก็สามารถโอนออกไปยังบัญชีของตนเองได้ ทั้งนี้ บริษัทแจ้งว่า จะยังทำธุรกิจจนถึงสิ้นเดือน ก.ย. โดยหลังจากนั้น จะยังเปิดให้ลูกค้าทำคำสั่งถอนทรัพย์สินได้ตามปกติ
ซึ่ง ก.ล.ต. ได้กำชับให้บริษัทดูแลทรัพย์สินของลูกค้า และดำเนินการตามความประสงค์ของลูกค้า ในการขอรับคืนทรัพย์สิน หรือโอนทรัพย์สิน ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และรายงานความคืบหน้าของการดำเนินการให้แก่ ก.ล.ต. ทราบเป็นระยะ และเมื่อบริษัทได้ทำการคืนทรัพย์สินให้ลูกค้าทั้งหมด หรือบริษัทสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีวิธีการดูแลหรือจัดการทรัพย์สินของลูกค้าที่เหลืออยู่อย่างเรียบร้อย บริษัทจึงจะสามารถเข้าสู่กระบวนการคืนใบอนุญาตต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ ทั้งนี้ ในระหว่างที่ยังไม่ได้มีการคืนใบอนุญาต ก.ล.ต. ยังมีอำนาจในการกำกับดูแลและสั่งการให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้ความคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเต็มที่
