ข่าว
ผู้นำ Unicef ร้องทั่วโลก ‘หยุดสู้รบ’ เพื่อเปิดทางให้ทุกคนได้รับ ‘วัคซีนโควิด-19’
สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า เฮนเรียตตา โฟร์ ผู้อำนวยการบริหารกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติประกาศขยายเวลาการหยุดเพื่อมนุษยธรรม (Humanitarian pause) หรือ การพักการต่อสู้ชั่วคราวด้วยเหตุผลทางด้านมนุษยธรรม เพื่อให้กระบวนการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ทั่วโลกดำเนินไปอย่างราบรื่น
“เราจำเป็นต้องยุติการสู้รบทั่วโลก อย่างน้อยที่สุดเราต้องการความช่วยเหลือจากคุณเพื่อเพิ่มการเรียกร้องในมติ 2532 ในการหยุดเพื่อมนุษยธรรม ระหว่างที่ทั่วโลกกำลังขนส่งและจัดการด้านวัคซีน” โฟร์แถลงต่อคณะมนตรีความมั่นคงในการอภิปรายแบบเปิดเกี่ยวกับการสร้างความมั่นใจว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งและความไม่ปลอดภัยจะสามารถเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้อย่างเท่าเทียม
มติ 2532 ซึ่งประกาศใช้ในเดือนกรกฎาคม 2020 เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางอาวุธ ยุติการสู้รบอย่างน้อย 90 วันติดต่อกัน เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การอพยพผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บโดยผู้ปฏิบัติงานด้านมนุษยธรรมที่ไม่ฝักฝ่ายใด และบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินไปได้อย่างปลอดภัย ราบรื่น และสม่ำเสมอ
ตอนที่มติดังกล่าวถูกประกาศใช้นั้น ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตัวใดที่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ
โฟร์กล่าวว่าหนทางเดียวที่จะยุติการระบาดครั้งนี้คือการสร้างความมั่นใจว่าทุกคนจะเข้าถึงวัคซีน โดยชี้ว่าการจะบรรลุความพยายามนี้ได้ สำคัญคือทุกคนตรงในที่นี้จะต้องหมายรวมถึงผู้คนหลายล้านที่กำลังเดือดร้อนหรือกำลังหลบหนีเพาะความขัดแย้งและความไม่มั่นคงด้วย เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงวัคซีนอย่างเท่าเทียมกัน
เธอขอให้คณะมนตรีความมั่นคงร่วมเป็นส่วนหนึ่งของยูนิเซฟในการเรียกร้องประเด็นนี้ต่อประเทศสมาชิกทั้งหมด เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนจะถูกรวมอยู่ในแผนการฉีดวัคซีนระดับประเทศ โดยไม่ถูกกีดกันด้วยสถานะทางกฎหมาย หรือพื้นที่อยู่อาศัยที่มิใช่รัฐ
ฟอร์ยังขอให้คณะมนตรีความมั่นคงช่วยเหลือยูนิเซฟในการรณรงค์เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคอื่นๆ เช่น หัด คอตีบ และโปลิโอ อีกครั้ง
“เราไม่อาจปล่อยให้การต่อสู้กับโรคร้ายแรงนี้เพียงโรคเดียว ทำให้เราสูญเสียโอกาสในการต่อสู้กับโรคอื่นๆ ไปด้วย” เธอกล่าว
ยูนิเซฟตั้งเป้าที่จะจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้ได้ 2 พันล้านโดสภายในสิ้นปี 2021 นอกเหนือจากวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ อีก 2 พันล้านโดสที่ยูนิเซฟจัดหาให้กับประเทศ 100 แห่งอยู่แล้วในแต่ละปี
“ความพยายามครั้งสำคัญนี้สมควรได้รับการสนับสนุนอย่างมหาศาล ซึ่งจะช่วยให้เรามั่นใจว่ามีทางออกจากปัญหานี้สำหรับเราทุกคน รวมถึงครอบครัวและชุมชนที่ต้องเผชิญกับความเลวร้ายของความขัดแย้ง” เธอกล่าวต่อคณะมนตรีความมั่นคง
