ข่าว
กรุงเทพมหานคร สั่งปิดสถานประกอบการแล้ว 56 แห่ง หลังลงพื้นที่ตรวจความปลอดภัย พร้อมเร่งสอบคดีไฟไหม้-สวมสิทธิ์เกิด
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กรุงเทพมหานคร ยกระดับมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยสถานประกอบการ ยอดลงพื้นที่ 3 วัน สั่งระงับบริการชั่วคราวแล้ว 56 แห่ง พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุเพลิงไหม้และกรณีทุจริตสวมสิทธิ์การแจ้งเกิด โดยกำหนดกรอบเวลาสืบสวน 30 วัน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยกระดับมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยของสถานประกอบการว่า กรุงเทพมหานครได้หารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับปรุงแนวทางการตรวจสอบ โดยใช้เช็กลิสต์มาตรฐานความปลอดภัย 17 ข้อ ควบคู่กับพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 จากการลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ 824 แห่ง จากทั้งหมด 1,091 แห่ง พบว่ามีสถานที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 217 แห่ง สั่งให้ปรับปรุงแก้ไข 551 แห่ง และมีคำสั่งปิดให้บริการชั่วคราว 56 แห่งเนื่องจากพบข้อบกพร่องด้านความปลอดภัย
กระบวนการตรวจสอบจะดำเนินอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 2 เดือน โดยให้ผู้ประกอบการจัดทำเอกสารรับรองจากวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญในส่วนที่ไม่สามารถตรวจวัดด้วยสายตา เช่น ระบบไฟฟ้าและวัสดุฉนวนกันเสียง นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายการตรวจสอบไปถึงอาคารชุมนุมคนและโรงมหรสพอีกประมาณ 14,000 แห่ง รวมถึงสนามมวย เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการตรวจสอบอาคาร โดยกำหนดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารอิสระเข้าดำเนินการตามรอบปีและรอบ 5 ปี
สำหรับความคืบหน้าการสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุเพลิงไหม้ ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการเขตจตุจักรมาช่วยราชการเพื่อความโปร่งใสในกระบวนการสอบสวน พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุเพลิงไหม้ในภาพรวม ส่วนกรณีทุจริตการแจ้งเกิด หรือ "พ่อทิพย์-แม่ทิพย์" ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ผู้ถูกกล่าวหาออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว โดยทั้งสองกรณีมีกำหนดกรอบเวลาสอบสวนเบื้องต้น 30 วัน ภายใต้การดูแลของปลัดกรุงเทพมหานคร
ในส่วนของรางวัลบุคคลดีเด่นด้านการต่อต้านการทุจริต ประจำปี 2569 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า เป็นผลงานของบุคลากรและข้าราชการกรุงเทพมหานครทุกคนที่ร่วมกันทำงานด้วยความโปร่งใส พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้ายกระดับธรรมาภิบาลขององค์กรอย่างต่อเนื่อง
