การเมือง
รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาแรงงานเด็ก จัดหาพาร์ทไทม์ปิดเทอม 1 หมื่นอัตรา คุมเข้มห้ามจ้างต่ำกว่า 15 ปี
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาแรงงานเด็ก เนื่องในวันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กโลก (World Day Against Child Labour) โดยกระทรวงแรงงานได้ร่วมมือกับภาคเอกชนจัดหาตำแหน่งงานช่วงปิดเทอมกว่า 10,000 อัตรา เพื่อสร้างรายได้และประสบการณ์ที่เหมาะสม พร้อมคุมเข้มกฎหมายห้ามจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเข้าทำงานอย่างเด็ดขาด เพื่อยกระดับการคุ้มครองแรงงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
การใช้แรงงานเด็กยังคงเป็นความท้าทายระดับโลก โดยข้อมูลจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ระบุว่าปัจจุบันมีเด็กกว่า 138 ล้านคนอยู่ในภาวะแรงงานเด็ก และ 54 ล้านคนทำงานในสภาพที่เสี่ยงอันตราย สำหรับประเทศไทย ปัญหานี้มีความเชื่อมโยงกับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความเปราะบางของครอบครัวแรงงานข้ามชาติ และข้อจำกัดด้านรายได้ที่บีบบังคับให้เด็กไทยบางส่วนต้องเข้าสู่ตลาดแรงงานก่อนวัยอันควร
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รง.) ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดป้องกันและแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินมาตรการเชิงรุกในการส่งเสริมการมีงานทำให้กับนักเรียนและนักศึกษาช่วงปิดภาคเรียน ผ่านความร่วมมือกับสถานประกอบการ 56 แห่งทั่วประเทศ รองรับตำแหน่งงานมากกว่า 10,000 อัตรา นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาทักษะอาชีพให้กับเยาวชนที่ไม่ได้ศึกษาต่อ เพื่อยกระดับจากแรงงานไร้ฝีมือสู่แรงงานมีฝีมือ รวมถึงให้ความรู้ด้านสิทธิแรงงานและความปลอดภัยในการทำงาน
ในด้านการคุ้มครองสิทธิ กระทรวงแรงงานได้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยห้ามนายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีทำงานเด็ดขาด ส่วนเด็กอายุ 15-17 ปี สามารถทำงานได้เฉพาะที่กฎหมายกำหนดและต้องได้รับการคุ้มครองสวัสดิการอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งส่งเสริมให้ภาคธุรกิจประกาศตัวเป็นสถานประกอบกิจการปลอดแรงงานเด็กและปลอดการค้ามนุษย์ เพื่อยกระดับมาตรฐานแรงงานไทยและสร้างความเชื่อมั่นต่อคู่ค้าระหว่างประเทศ
ทางด้าน ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “รัฐบาลเชื่อว่าเด็กทุกคนควรมีโอกาสได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ การป้องกันแรงงานเด็กจึงไม่ใช่เพียงการบังคับใช้กฎหมาย แต่คือการสร้างโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาทักษะ และการคุ้มครองสิทธิอย่างรอบด้าน เพื่อให้เด็กและเยาวชนเติบโตอย่างปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป”
