ข่าว
บอร์ดบีโอไออนุมัติมาตรการ BOI to IPO ปรับทิศทางส่งเสริมการลงทุน มุ่งเน้นการลงทุนจริงและสร้างคุณค่าเศรษฐกิจไทย
สำนักข่าวบริคอินโฟ – คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บอร์ดบีโอไอ (BOI) มีมติเห็นชอบมาตรการ “BOI to IPO” พร้อมปรับทิศทางการส่งเสริมการลงทุนครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนผ่านจากการพิจารณาเพียงตัวเลขมูลค่าคำขอรับการส่งเสริม ไปสู่การมุ่งเน้นการลงทุนจริงและการสร้างคุณค่าที่เป็นรูปธรรมต่อระบบเศรษฐกิจไทย เพื่อสนับสนุนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
นายนฤตม์ เทอดสถิรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ว่ากรอบทิศทางใหม่จะมุ่งเน้นผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริงจากการดำเนินงาน ได้แก่ การเพิ่มมูลค่าจากวัตถุดิบภายในประเทศ การเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับสากล การจ้างงานแรงงานทักษะสูง ตลอดจนการวิจัย พัฒนา และการถ่ายทอดเทคโนโลยี
สำหรับมาตรการ “BOI to IPO” เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อสนับสนุนบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนและมีศักยภาพสูงให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) หรือ LiVEx โดยเปิดทางให้นักลงทุนระดมทุนเพื่อขยายกิจการในประเทศอย่างต่อเนื่อง สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของกิจการ และยกระดับการกำกับดูแลกิจการตามหลักธรรมาภิบาลสากล
ภายใต้มาตรการดังกล่าว บริษัทที่เข้าเกณฑ์จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม โดยแบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่ได้รับการรับรองจากตลาดหลักทรัพย์ฯ จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 3 ปี หรือลดหย่อนภาษี 50% เพิ่มเติมเป็นเวลา 5 ปี ขณะที่กลุ่มธุรกิจทั่วไปจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามเงื่อนไขที่กำหนด
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบการผลักดันโครงการลงทุนเข้าสู่กลไก Thailand FastPass เพิ่มเติมอีก 17 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 1.21 แสนล้านบาท ในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป อาหารสัตว์ และยานยนต์ เพื่อเร่งรัดกระบวนการอนุมัติใบอนุญาตและขจัดอุปสรรคในการดำเนินงาน พร้อมทั้งอนุมัติคำขอส่งเสริมการลงทุนใหม่อีก 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 9,640 ล้านบาท ครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังงานลม บรรจุภัณฑ์ปลอดเชื้อ และแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์
