ข่าว
เปิดผลลัพธ์ พ.ร.ฎ.เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ ยกระดับศูนย์ AOC 1441 ตัดวงจรสแกมเมอร์ลดความเสียหาย 70%
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เผยผลการบังคับใช้ พระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าความเสียหายจาก อาชญากรรมออนไลน์ ลดลงกว่าร้อยละ 70 ภายในระยะเวลา 4 เดือน โดยสถิติความเสียหายลดลงจาก 2,111 ล้านบาทในเดือนมีนาคม เหลือ 530 ล้านบาทในเดือนมิถุนายน กลไกสำคัญเกิดจากการบูรณาการฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐเพื่อปิดช่องโหว่การเก็บข้อมูลแบบแยกส่วน
ก่อนการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว หน่วยงานภาครัฐดำเนินงานตามภารกิจเฉพาะด้านโดยไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบ เช่น ข้อมูลภาษีของกรมสรรพากร ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ส่งผลให้กลุ่มมิจฉาชีพใช้ช่องว่างนี้จดทะเบียนนิติบุคคลบังหน้าเพื่อหลอกลงทุนและเปิด บัญชีม้า รับโอนเงิน ซึ่งกระบวนการขอข้อมูลระหว่างหน่วยงานในอดีตต้องใช้เวลานานจนไม่สามารถอายัดเงินได้ทันท่วงที
การเชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐทำให้ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือ ศูนย์ AOC 1441 เพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบข้อมูลยืนยันตัวตนเจ้าของบัญชี โดยการนำข้อมูลศุลกากร กรมสรรพากร และทะเบียนนิติบุคคลมาประกอบการพิจารณา ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถระงับและอายัดบัญชีต้องสงสัยได้อย่างถูกต้องภายในกรอบเวลาเป้าหมาย 1 ชั่วโมง นับตั้งแต่ได้รับแจ้งเหตุจากผู้เสียหาย
นอกจากนี้ กลไกดังกล่าวยังเปลี่ยนรูปแบบการปราบปรามจากเดิมที่เน้นการปิดบัญชีม้าปลายทาง ไปสู่การตรวจสอบข้อมูลต้นทางของเครือข่ายมิจฉาชีพ โดยการนำข้อมูลนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามาประมวลผลร่วมกับพฤติกรรมธุรกรรมที่ผิดปกติจาก ธปท. ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุและตัดวงจรเครือข่ายธุรกิจปลอมหรือบริษัทบังหน้าที่ใช้ในการหลอกลวงได้อย่างครอบคลุม
ทั้งนี้ ตัวกฎหมายได้กำหนดกรอบการเปิดเผยข้อมูลเฉพาะระหว่างหน่วยงานของรัฐเท่านั้น โดยไม่อนุญาตให้ภาคเอกชนหรือบุคคลทั่วไปเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล และกำหนดให้หน่วยงานที่ได้รับข้อมูลต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในระดับสากล พร้อมทั้งมีหน้าที่รักษาความลับของข้อมูลอย่างเคร่งครัด เพื่อควบคุมการใช้อำนาจรัฐให้อยู่ในขอบเขตและคุ้มครองสิทธิความเป็นส่วนตัวของประชาชน
