Connect with us

การเมือง

สกมช. ตรวจพบข้อมูลบัญชีไทยรั่วไหลกว่า 221 ล้านรายการ ดีอี สั่งยกระดับระบบรัฐด้วย MFA

Published

on

สกมช. ตรวจพบข้อมูลบัญชีไทยรั่วไหลกว่า 221 ล้านรายการ รมว.ดีอี สั่งหน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบและยกระดับความปลอดภัยระบบด้วย MFA ป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้าง

สำนักข่าวบริคอินโฟ – กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เร่งตรวจสอบกรณีการนำข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนไปเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเบื้องต้นพบการใช้ Username และ Password ที่รั่วไหลจากภายนอกเข้าสู่ระบบเพื่อสืบค้นข้อมูลโดยมิชอบ พร้อมสั่งการให้หน่วยงานภาครัฐยกระดับระบบความปลอดภัยด้วยการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication: MFA) โดยด่วน

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (กกม.) เปิดเผยว่า แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ใช่การเจาะระบบด้วยเทคนิคขั้นสูง แต่จัดเป็นเหตุด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญ ซึ่งอาจนำไปสู่การสวมรอย การหลอกลวง การปลอมแปลงเอกสาร หรือการนำข้อมูลไปใช้กระทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ สกมช. ได้รวบรวมข้อมูลบัญชีที่รั่วไหลทั่วโลกพบมากกว่า 56,000 ล้านรายการ โดยเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยกว่า 221 ล้านรายการ ซึ่งเป็นตัวเลขสะสมจากหลายแหล่งและหลายช่วงเวลา จึงอาจมีความซ้ำซ้อนกัน

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้แจ้งเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังมิจฉาชีพที่อาจนำข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ เลขทะเบียนรถ เลขบัตรประชาชน หรือที่อยู่ มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ พร้อมเตือนไม่ให้เปิดเผยรหัสผ่าน รหัส OTP เลขบัตรประชาชน หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร รวมถึงไม่โอนเงิน ติดตั้งแอปพลิเคชัน หรือกดลิงก์ตามคำแนะนำของผู้ติดต่อ หากสงสัยขอให้ยุติการสนทนาและติดต่อตรวจสอบกับหน่วยงานที่ถูกกล่าวอ้างโดยตรง

สกมช. ตรวจพบข้อมูลบัญชีไทยรั่วไหลกว่า 221 ล้านรายการ รมว.ดีอี สั่งหน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบและยกระดับความปลอดภัยระบบด้วย MFA ป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้าง

สำหรับหน่วยงานที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล มีหน้าที่ตามมาตรา 37 (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในการจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม หากได้รับการแจ้งเตือนความเสี่ยงแล้วยังเพิกเฉย ไม่ตรวจสอบ ไม่เปลี่ยนข้อมูลรับรอง หรือไม่เพิ่มมาตรการยืนยันตัวตนที่เหมาะสม อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายและต้องรับผิดชอบตามกระบวนการทางกฎหมาย

ด้าน กกม. ได้กำชับให้หน่วยงานภาครัฐเร่งเพิ่มระบบ MFA โดยเฉพาะในบัญชีผู้ดูแลระบบ บัญชีผู้มีสิทธิสูง และระบบที่จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน เพื่อป้องกันการเข้าถึงระบบแม้รหัสผ่านจะถูกขโมย ขณะนี้ ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ThaiCERT) ภายใต้ สกมช. กำลังเร่งตรวจพิสูจน์หลักฐานดิจิทัล วิเคราะห์ขอบเขตความเสียหาย และติดตามการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์โดยมิชอบเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Advertisement
Continue Reading
Advertisement