Connect with us

การเมือง

รัฐบาลเดินหน้าตั้ง 4 ระบบกลางระดับชาติ เชื่อมข้อมูลสกัดเส้นทางเงินมิจฉาชีพ เพิ่มโอกาสคืนเงินผู้เสียหาย

Published

on

รัฐบาลเตรียมจัดทำ National Anti-Fraud Master Plan วาง 4 ระบบกลางระดับชาติ เชื่อมข้อมูลรับแจ้งเหตุ AOC 1441 สกัดเส้นทางเงินมิจฉาชีพและอายัดบัญชีแบบเรียลไทม์

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลเร่งยกระดับมาตรการตัดวงจรการเงินจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เตรียมผลักดันแผนแม่บท National Anti-Fraud Master Plan พร้อมวาง 4 ระบบกลางระดับชาติ เพื่อบูรณาการข้อมูลความเสี่ยง การรับแจ้งเหตุ การติดตามเส้นทางการเงิน และการสั่งอายัดบัญชีแบบเรียลไทม์ หวังแก้ปัญหาความล่าช้าจากการประสานงานแบบเดิม และเพิ่มโอกาสให้ผู้เสียหายได้รับเงินคืน

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รูปแบบการเคลื่อนย้ายเงินของกลุ่มมิจฉาชีพในปัจจุบันมีความซับซ้อนและรวดเร็วขึ้นอย่างมาก โดยมีการกระจายเงินผ่านบัญชีม้าหลายทอด การถอนเป็นเงินสด การแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ทองคำ เงินตราต่างประเทศ หรือการโอนเงินออกนอกประเทศภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง การทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงต้องปรับเปลี่ยนจากการแยกข้อมูลรายหน่วยงานมาเป็นการใช้ระบบเชื่อมโยงเบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

สำหรับโครงสร้าง 4 ระบบกลางระดับชาติดังกล่าว ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุด้วยแนวคิดหนึ่งตัวตน หนึ่งระดับความเสี่ยง เพื่อให้สถาบันการเงิน กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม แพลตฟอร์มดิจิทัล และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เข้าถึงฐานข้อมูลความเสี่ยงชุดเดียวกันตามที่กฎหมายกำหนด ควบคู่กับการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลวิเคราะห์ธุรกรรมทางการเงินแบบไม่ระบุตัวตน เพื่อตรวจจับรูปแบบกลโกงใหม่ ตลอดจนการรวมศูนย์รับแจ้งเหตุผ่านระบบ AOC 1441 ตำรวจ และสถาบันการเงิน ให้ใช้เลขอ้างอิงเดียวในลักษณะแจ้งครั้งเดียว เส้นทางเดียว เพื่อส่งคำสั่งอายัดเงินได้ทันท่วงทีก่อนที่เงินจะถูกยักย้ายถ่ายเท

นางสาวลลิดา ระบุเพิ่มเติมว่า เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ข้อมูลเคลื่อนที่เร็วกว่าเส้นทางการเงินของมิจฉาชีพ เพื่อติดตามและตรวจสอบยอดเงินที่ยังสามารถอายัดได้ตามอำนาจกฎหมาย รวมถึงมีกลไกรองรับการคืนเงินแก่ผู้เสียหายหรือการปลดอายัดตามกระบวนการทางคดี ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลจะยกระดับความเข้มข้นในการตรวจสอบยืนยันตัวตนลูกค้าตามมาตรฐาน KYC, CDD และ EDD สำหรับธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ให้สอดคล้องกับมาตรฐานศูนย์กลางทางการเงินระดับสากล

Advertisement

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ซึ่งมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งจัดทำรายละเอียดเชิงโครงสร้าง การเชื่อมต่อระบบ หน่วยงานผู้รับผิดชอบ และมาตรฐานข้อมูลให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา 30 วัน เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมพิจารณาต่อไป

Continue Reading
Advertisement