ข่าว
ชัชชาติร่วมประชุมกระทรวงมหาดไทย ขับเคลื่อนนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ คุมธุรกิจนอมินีต่างด้าว และแผนรับมือน้ำท่วม
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับคณะผู้บริหารและผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ โดยมี อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ณ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย และผ่านระบบประชุมทางไกล เพื่อกำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติงานในหลายมิติ ทั้งการจัดระเบียบสังคม การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการเตรียมความพร้อมรับมือสาธารณภัย
ในการประชุมได้มีการมอบนโยบายเร่งด่วนด้านการเตรียมจัดงานพระราชพิธีสำคัญของทุกจังหวัดให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ และคุ้มค่างบประมาณ พร้อมสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่นอย่างเร่งด่วน โดยเน้นย้ำว่าหากพบเจ้าหน้าที่หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกระทำความผิด ให้ดำเนินการทางวินัยและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อสร้างความโปร่งใสและเป็นธรรมในระบบราชการ
ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี มีการกำชับให้วางกรอบมาตรฐานการจัดตั้งศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ให้ครอบคลุมทั้งเกณฑ์ความปลอดภัยของตัวอาคาร การใช้ทรัพยากรพลังงานและน้ำ รวมถึงการควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ ขณะเดียวกันได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยเฉพาะประเด็นการใช้ตัวแทนอำพราง หรือนอมินี การถือครองที่ดิน และการทำธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เพื่อให้ผู้พำนักและผู้ประกอบการต่างชาติปฏิบัติตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด


นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำเรื่องมาตรการปราบปรามยาเสพติดและการจัดระเบียบสังคม โดยให้ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจบูรณาการข้อมูลร่วมกัน พร้อมทั้งรักษาความลับเพื่อป้องกันข้อมูลการปฏิบัติงานรั่วไหล ส่วนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ประสานความร่วมมือระหว่างฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งสั่งคุมเข้มการออกใบอนุญาตและการพกพาอาวุธปืน ตลอดจนคุ้มครองสิทธิของประชาชนที่ถือครองที่ดินโดยสุจริต
สำหรับสถานการณ์ภัยธรรมชาติ ที่ประชุมได้กำชับให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมแผนเผชิญเหตุและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเพื่อรับมือปัญหาอุทกภัย โดยเฉพาะในพื้นที่จุดเสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ทันท่วงที ควบคู่ไปกับการกำกับดูแลกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ตามหลักธรรมาภิบาล
