การเมือง
นายกรัฐมนตรีสั่งสอบเหตุข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ยกระดับความปลอดภัยระบบภาครัฐ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลส่วนบุคคลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายในเพื่อหาต้นเหตุและผู้รับผิดชอบ โดยเน้นย้ำให้ใช้โอกาสนี้ยกระดับมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลภาครัฐทั้งระบบ
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ MDES ได้รายงานผลการตรวจสอบเบื้องต้นว่ายังไม่พบฐานข้อมูลภาครัฐถูกเจาะโดยตรง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดช่องทางการเข้าถึงที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (Digital Forensics) เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป
ด้าน กระทรวงคมนาคม ได้ทำการระงับบัญชีผู้ใช้งานที่เข้าข่ายผิดปกติ พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เชื่อมโยงข้อมูลกับ กรมการขนส่งทางบก หรือ DLT ทำการเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้ยังได้ส่งมอบข้อมูลพยานหลักฐานให้แก่ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ CCIB เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามกฎหมาย
ส่วน กระทรวงมหาดไทย และ กรมการปกครอง อยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเข้าถึงข้อมูล โดยกรมการปกครองยืนยันเบื้องต้นว่ายังไม่พบการรั่วไหลจากฐานข้อมูลหลักของระบบทะเบียนราษฎร ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) หรือ NCSA เตรียมเข้าตรวจสอบและประเมินระบบสารสนเทศของหน่วยงานภาครัฐประมาณ 300 กรมทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
นอกจากนี้ สกมช. ยังเร่งผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐนำระบบยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication: MFA) มาใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบ ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่ปกปิดปัญหา และพร้อมนำข้อเสนอแนะในการปรับปรุงระบบ การตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึง ตลอดจนการประเมินประสิทธิภาพงบประมาณด้านความมั่นคงไซเบอร์มาพัฒนาเพื่อคุ้มครองข้อมูลของประชาชน
