Connect with us

การเมือง

พรรคประชาชนจี้รัฐบาลยกเลิกโครงการ TH-AI Passport 1,600 ล้านบาท แฉพิรุธส่อทุจริต เตรียมยื่น ป.ป.ช.

Published

on

พรรคประชาชนนำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เปิดหลักฐานแฉพิรุธโครงการ TH-AI Passport 1,600 ล้านบาท ของกระทรวง DE ชี้ส่อทุจริต จี้รัฐบาลยกเลิกโครงการพร้อมเสนอสร้างอุตสาหกรรม AI ไทย เตรียมยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบ

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นำทีมงบประมาณและทีมไอที แถลงข่าวที่รัฐสภาในการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เพื่อเปิดโปงข้อพิรุธและเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียกเลิกโครงการ TH-AI Passport หรือ ทีเอช-เอไอ พาสปอร์ต มูลค่า 1,600 ล้านบาท ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยชี้ให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสในการปรับเปลี่ยนรายละเอียดร่างขอบเขตของงานและร่องรอยดิจิทัลที่ส่อไปในทางทุจริต พร้อมเสนอแนะให้นำงบประมาณดังกล่าวไปลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ของประเทศแทนการซื้อบริการ และเตรียมยื่นเรื่องตรวจสอบต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ทางด้าน ธีระชาติ ก่อตระกูล ทีมนโยบายดิจิทัลพรรคประชาชน ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติที่ปลัด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กระทรวง DE ยังไม่สามารถชี้แจงได้ ทั้งเรื่องการกำหนดเงื่อนไขปริมาณการใช้งานใน TOR (Terms of Reference) การปรับเปลี่ยนสเปกการรองรับผู้ใช้งานจาก 5 แสนคนต่อชั่วโมงเป็น 5 ล้านคนต่อวินาที ซึ่งสะท้อนถึงช่องโหว่ในการจัดซื้อจัดจ้างที่เปิดโอกาสให้ผู้ชนะการประมูลปรับเปลี่ยนรายละเอียดได้อย่างไม่มีข้อจำกัด นอกจากนี้ยังมีการเร่งรัดระยะเวลาโครงการในช่วงที่เป็นรัฐบาลรักษาการ โดยลดเวลาการลงทะเบียนจาก 90 วันเหลือ 30 วัน และร่นเวลาเริ่มให้บริการจาก 120 วันเหลือ 90 วัน รวมถึงการเพิ่มจุดโฆษณาในร้านสะดวกซื้อ 1,500 สาขา กว่า 6,000 จุด ที่ไม่ได้ระบุไว้ในแผนที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงกับช่วงวันยุบสภาเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568

สอดคล้องกับข้อมูลของ รักชนก ศรีนอก ที่เปิดเผยหลักฐานร่องรอยดิจิทัล หรือ ดิจิทัลฟุตพรินต์ ซึ่งพบว่ามีการสร้างไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทผู้รับดำเนินโครงการ TH-AI Passport ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2568 ทั้งที่กระบวนการประชาพิจารณ์และเปิดประมูลเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2568 และประกาศผลผู้ชนะในปลายเดือนมกราคม 2569 ลักษณะการดำเนินการที่เสร็จสิ้นก่อนเริ่มกระบวนการจริงนี้ ยังพบในโครงการลักษณะเดียวกันของกระทรวงศึกษาธิการ และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. รวมมูลค่าเกือบ 10,000 ล้านบาท จึงเรียกร้องให้มีการทบทวนหรือระงับโครงการดังกล่าวไปก่อน

สำหรับแนวทางการแก้ไข ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ได้เสนอให้เปลี่ยนการใช้งบประมาณ 1,600 ล้านบาท จากการเช่าหรือซื้อบริการเทคโนโลยีต่างชาติ มาเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของชาติด้วยการซื้อฮาร์ดแวร์ประมวลผล พร้อมสนับสนุนโครงการ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของไทยที่มีอยู่แล้ว เช่น ThaiLLM ตลอดจนการให้ทุนสนับสนุนกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพและธุรกิจขนาดย่อมหรือ SME ผ่านคูปองนวัตกรรม และใช้สิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ในการดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกให้มาตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาในไทย โดยเสนอให้ กระทรวง DE ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานและราคากลางแทนการเป็นผู้ริเริ่มโครงการเอง รวมถึงเน้นการเจรจาซื้อเทคโนโลยีแบบรัฐต่อรัฐ หรือ G2G พร้อมมุ่งเน้นการสร้างทักษะทางดิจิทัลเพื่อสร้างการจ้างงานและอาชีพให้แก่ประชาชนและภาครัฐ

ในช่วงท้าย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้สรุปว่า การตัดสินใจของรัฐบาลต่อโครงการ TH-AI Passport จะเป็นบทพิสูจน์ความจริงใจในการผลักดันอุตสาหกรรม AI ของประเทศเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากปัจจุบันรูปแบบการทุจริตเอื้อประโยชน์พวกพ้องได้เปลี่ยนแปลงจากโครงการก่อสร้างพื้นฐานมาสู่โครงการด้านเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนทางเทคนิคสูง นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังละเลยการเรียกประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติตั้งแต่มีการเปลี่ยนรัฐบาล จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีสั่งระงับโครงการดังกล่าวทันที และปฏิรูปการใช้เงินกองทุนของ กระทรวง DE ให้เกิดความโปร่งใส หากรัฐบาลยังคงเพิกเฉย ทางพรรคประชาชนจะเดินหน้าเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมในระลอกต่อไป และเตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

Advertisement

Continue Reading
Advertisement