Connect with us

ข่าว

เริ่ม 1 ส.ค. 69 ชำระภาษีรถค้างใบสั่งจราจร ชะลอออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีฉบับจริง

Published

on

อโกด้า (Agoda) เปิดเผยข้อมูลสถิติท่องเที่ยวไทยครึ่งแรกปี 2569 พบนักท่องเที่ยวมาเลเซีย เกาหลีใต้ และจีน ค้นหาที่พักสูงสุด กรุงเทพฯ ครองแชมป์เที่ยวในประเทศ

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลเตรียมบังคับใช้มาตรการเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งจราจรค้างชำระกับระบบชำระภาษีรถประจำปี ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป โดยผู้ที่มีใบสั่งค้างชำระยังสามารถชำระภาษีได้ตามปกติ แต่จะได้รับเพียงหลักฐานชั่วคราว และจะไม่ได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีฉบับจริงจนกว่าจะชำระค่าปรับครบถ้วน เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนนตามแผนแม่บท พ.ศ. 2565-2570 ที่ตั้งเป้าลดอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุให้เหลือ 12 คนต่อประชากร 100,000 คน

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมมือกับ กรมการขนส่งทางบก ในการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งจราจรรูปแบบใหม่ ซึ่งปรับปรุงให้สอดคล้องกับแนวคำพิพากษาศาลปกครอง หลักนิติธรรม และมาตรฐานสากล โดยระบบใหม่นี้จะเปิดให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลใบสั่งของตนเองได้อย่างชัดเจนผ่านช่องทางออนไลน์ก่อนดำเนินการชำระค่าปรับ โดยมีการระบุรายละเอียดสำคัญ เช่น สำเนาใบสั่ง สำเนาหนังสือแจ้งเตือน สำเนาหลักฐานการส่งไปรษณีย์ตอบรับ และข้อมูลของเจ้าพนักงานจราจรผู้ออกใบสั่ง

ขั้นตอนการดำเนินการจะเริ่มขึ้นหลังจากมีการออกใบสั่งจราจร หากผู้กระทำผิดยังไม่ได้ชำระค่าปรับ เจ้าหน้าที่จะจัดส่งหนังสือแจ้งเตือนตามกระบวนการทางกฎหมาย หากพ้นกำหนดเวลาและยังไม่มีการชำระ ข้อมูลจะถูกส่งต่อไปยังระบบของกรมการขนส่งทางบกทันที ซึ่งกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การออกใบสั่งจนถึงการส่งข้อมูลค้างชำระใช้เวลาประมาณ 60 ถึง 90 วัน ทั้งนี้ หากประชาชนพบว่ามีใบสั่งค้างชำระ สามารถเลือกชำระค่าปรับผ่านนายทะเบียนขนส่งพร้อมกับการต่อภาษีประจำปีได้ทันที

การดำเนินมาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายจราจร เนื่องจากอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยยังคงมีสถิติความสูญเสียสูง ซึ่งปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากปัญหาการขาดวินัยจราจรและการละเลยการชำระค่าปรับ การเชื่อมโยงฐานข้อมูลครั้งนี้จะช่วยสร้างมาตรฐานการทำงานที่ตรวจสอบได้ และกระตุ้นให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว

Advertisement
Continue Reading
Advertisement