ข่าว
ดีอี แจงยิบไทม์ไลน์จัดซื้อ TH-AI Passport ยันโปร่งใส งบกองทุนฯ 1.6 พันล้าน มุ่งเป้าดันไทยสู่ National AI
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ออกโรงชี้แจงข้อสงสัยสังคมกรณี โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย หรือ TH-AI Passport ยืนยันกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธี e-bidding โปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน เผยใช้งบกองทุนพัฒนาดิจิทัลฯ 1,621 ล้านบาท ในการจัดหา Generative AI รุ่นพรีเมียม 5 ล้านสิทธิ์ ในราคาเพียง 27.5 บาทต่อเดือน มุ่งยกระดับอัตราการใช้ปัญญาประดิษฐ์ของประเทศให้แตะ 20% ภายในปี 2570 พร้อมปูทางสู่การสร้าง National AI
กระบวนการเริ่มต้นตั้งแต่การรับมอบนโยบายในเดือนกันยายน 2568
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงว่า โครงการ TH-AI Passport ดำเนินการตามนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรรองรับ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โครงการนี้ใช้งบประมาณจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE Fund) ซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณแผ่นดิน จึงไม่ต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี แต่ได้รายงานให้คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) รับทราบแล้ว โดยกระบวนการเริ่มต้นตั้งแต่การรับมอบนโยบายในเดือนกันยายน 2568 ก่อนผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ในเดือนพฤศจิกายน 2568
สำหรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้ดำเนินการตามระเบียบของกรมบัญชีกลางอย่างเคร่งครัดผ่านระบบ e-bidding โดยเริ่มประกาศแผนตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2568 ทำประชาพิจารณ์ร่างขอบเขตงาน (TOR) และเปิดให้เสนอราคาในวันที่ 27 มกราคม 2569 ซึ่งมีผู้เข้าร่วม 3 กลุ่ม ผลปรากฏว่า กิจการค้าร่วมทีเอช เป็นผู้ชนะการประกวดราคาด้วยวงเงิน 1,621 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางที่ตั้งไว้ 1,650 ล้านบาท ประมาณ 1.76% และได้ลงนามในสัญญาเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา
ค่าประชาสัมพันธ์ไม่ได้จำกัดเพียงแค่จอดิจิทัล
ในส่วนของขอบเขตงานไม่ได้จำกัดการประชาสัมพันธ์เพียงแค่จอดิจิทัล 6,000 จอ ในร้านสะดวกซื้อ 1,500 สาขาตามที่ถูกตั้งข้อสังเกต แต่ยังครอบคลุมสื่อโซเชียลมีเดีย วิดีโอ และอินโฟกราฟิก โดยตั้งเป้าการเข้าถึง (Reach) ไม่น้อยกว่า 50,000 คน นอกจากนี้ยังมีการอบรมให้ผู้ดูแลศูนย์ดิจิทัลชุมชน 2,222 แห่ง และจัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ (Boot Camp) ทั่วประเทศ 4,000 คน รวมถึงการแข่งขันใช้งาน AI ซึ่งข้อมูลการใช้งานที่ถูกปกปิดตัวตนแล้ว จะถูกนำไปพัฒนาต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาษาไทย หรือ ThaiLLM เพื่อนำไปสู่การสร้าง National AI ในที่สุด
ปลัดกระทรวงดีอี ระบุเพิ่มเติมว่า โครงการ TH-AI Passport ได้จัดหา Generative AI รุ่น Pro และ Premium จากผู้ให้บริการ 14 ราย จำนวน 24 โมเดล อาทิ Gemini (เจมิไน), ChatGPT (แชตจีพีที), Grok (กร็อก), Claude (คล้อด) และ Typhoon (ไต้ฝุ่น) จำนวน 5 ล้านสิทธิ์ ใช้งานเป็นเวลา 12 เดือน โดยมีราคาจัดหาประมาณ 27.5 บาทต่อเดือนต่อสิทธิ์ จากปกติที่ต้องมีค่าบริการ 600 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ กระทรวงดีอีตั้งเป้ายกระดับอัตราการใช้ AI ของประเทศให้ขึ้นสู่ระดับ 20% ภายในปี 2570 จากสถิติ 10.7% ในปี 2568 เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสให้คนไทยก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
