ข่าว
พบบั๊กฮาร์ดแวร์วอลเล็ต Coldcard Mk3 ถูกแฮกเกอร์สูบ Bitcoin 594 เหรียญ มูลค่ากว่า 38 ล้านดอลลาร์
สำนักข่าวบริคอินโฟ – เกิดเหตุการณ์ดึงข้อมูลสินทรัพย์ดิจิทัลครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์กระเป๋าเก็บคริปโทเคอร์เรนซีชนิดฮาร์ดแวร์ (Hardware Wallet) หลังแฮกเกอร์อาศัยช่องโหว่ในซอฟต์แวร์ของกระเป๋ารุ่น Coldcard ดึงเหรียญบิตคอยน์ (Bitcoin) ออกจากกระเป๋าจำนวน 500 ใบ คิดเป็นจำนวนรวม 594 บิตคอยน์ หรือมูลค่าประมาณ 38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,400 ล้านบาท)
Coinkite บริษัทผู้พัฒนาอุปกรณ์จากประเทศแคนาดา ได้ออกแบบกระเป๋าฮาร์ดแวร์ Coldcard ขึ้นเพื่อทำหน้าที่เก็บรักษาพาสเวิร์ดหรือคีย์สำหรับเข้าถึงบิตคอยน์แบบออฟไลน์ โดยมีการอัปเดตอุปกรณ์และเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น Mk2, Mk3, Mk4, Q และ Mk5 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยแก่ผู้ใช้งาน
อย่างไรก็ตาม การโจมตีทางไซเบอร์ในครั้งนี้เกิดขึ้นผ่านช่องโหว่ทางด้านการเขียนโค้ดของอุปกรณ์รุ่น Coldcard Mk3 โดยกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเพียง 25 นาทีในการดึงบิตคอยน์ออกจากกระเป๋าที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 500 ใบ
🚨 BREAKING: THE WORST HARDWARE WALLET HACK IN BITCOIN HISTORY!!!
$38M drained from 500 cold wallets in 25 minutes. The attacker never touched a single device.
If you are a Coldcard Mk3 owner, move your coins today.
Quick version of what happened:
594 BTC drained from ~500… https://t.co/2AaB3DrdPk pic.twitter.com/QgpMlCSqpI— Evan Luthra (@EvanLuthra) July 31, 2026
รายงานจาก CoinDesk ระบุว่า ตามปกติแล้วกระเป๋าฮาร์ดแวร์จะสร้าง Seed Phrase หรือชุดรหัสผ่าน 24 คำแบบสุ่มจากระบบเพื่อใช้ควบคุมและดูแลฟังก์ชันการทำธุรกรรมทางการเงิน แต่ช่องโหว่ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ระบบข้ามการทำงานของชิปสุ่มรหัสผ่านในรุ่น Mk3 ไปโดยสิ้นเชิง
จากการข้ามขั้นตอนดังกล่าว ส่งผลให้อุปกรณ์ปรับไปใช้ซอฟต์แวร์พื้นฐานในการสร้างชุดรหัสผ่าน ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากหมายเลขซีเรียลของชิปและบันทึกเวลาของระบบ ซึ่งไม่ใช่ข้อมูลลับเฉพาะ ส่งผลให้กลุ่มแฮกเกอร์สามารถใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถอดรหัสผ่านด้วยวิธีการสุ่มเดาแบบ Brute Force ได้สำเร็จ
ทางด้าน Coinkite ออกมาระบุว่า กระเป๋าฮาร์ดแวร์รุ่น Mk3 ที่ใช้งานเฟิร์มแวร์เวอร์ชัน 4.0.1 ซึ่งปล่อยอัปเดตเมื่อเดือนมีนาคม 2564 จนถึงเวอร์ชัน 5.0.3 จัดเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อช่องโหว่นี้ ขณะที่อุปกรณ์รุ่นอื่นๆ เช่น Coldcard Mk4, Coldcard Q และ Coldcard Mk5 ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวแต่อย่างใด
