Connect with us

ข่าว

ไขข้อสงสัย ทำไมเลข 67 ถึงกลายเป็นมีมไวรัลและคำศัพท์แห่งปี 2025 ของวัยรุ่น

Published

on

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ปรากฏการณ์ไวรัลบนโลกอินเทอร์เน็ตที่สร้างความสงสัยให้กับผู้คนจำนวนมาก เมื่อ ตัวเลข “67” (Six-Seven) กลายเป็นคำสแลงและ มีม (Meme) ยอดฮิตของวัยรุ่นกลุ่ม Gen Z และ Gen Alpha ในช่วงปี 2024 ถึง 2025 จนถึงขั้นได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน คำศัพท์แห่งปี 2025 (Word of the Year) จากเว็บไซต์ Dictionary.com โดยจุดเด่นที่ทำให้ตัวเลขนี้ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามคือความไม่มีความหมาย แต่ถูกนำมาใช้เป็นมุกตลกในลักษณะของ Brainrot Content หรือคอนเทนต์เบาสมองที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสาระสำคัญ

จุดเริ่มต้นของกระแส เลข 67 มาจากวงการฮิปฮอป ในเพลงแร็ปที่มีชื่อว่า “Doot Doot” ของศิลปิน Skrilla โดยเนื้อเพลงมีท่อนที่กล่าวถึงตัวเลขดังกล่าว ซึ่งทางศิลปินเคยระบุถึงที่มาไว้ว่า ตัวเลขนี้ไม่ได้มีความหมายแฝงอะไรเป็นพิเศษ เพียงแค่ใส่เข้าไปและอยากให้มีความคลุมเครือเท่านั้น

จากนั้นกระแสได้ถูกพูดถึงมากขึ้นเมื่อดาวรุ่งในวงการบาสเกตบอลเยาวชนอย่าง Taylen Kinney นำคำนี้มาใช้พูดเล่นกัน ก่อนที่จุดเปลี่ยนสำคัญจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมปี 2025 เมื่อเด็กชายชื่อ Maverick Trevillian ซึ่งต่อมาได้รับฉายาว่า “67 Kid” ได้อัดคลิปวิดีโอตะโกนคำว่า “67!” พร้อมทำท่าทางกวน ๆ บนสนามบาสเกตบอล ส่งผลให้คลิปดังกล่าวถูกใจชาวเน็ตและถูกนำไปตัดต่อล้อเลียนบนแอปพลิเคชัน ติ๊กต็อก (TikTok) อย่างมหาศาล

สำหรับวิธีการใช้งานของกลุ่มวัยรุ่น มักจะเป็นการนำไปใช้แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยวัยรุ่นมักจะตะโกนหรือหัวเราะออกมาเมื่อพบเจอ ตัวเลข 67 ในชีวิตประจำวันด้วยความบังเอิญ ไม่ว่าจะเป็นการเห็นป้ายทะเบียนรถ ตัวเลขบนนาฬิกา การได้คะแนนสอบ 67% หรือแม้กระทั่งการได้บัตรคิวร้านอาหารหมายเลข 67 ซึ่งคำนี้ทำหน้าที่คล้ายกับคำอุทานหรือรหัสลับของคนรุ่นใหม่ เพื่อทดสอบว่าใครสามารถติดตามเทรนด์อินเทอร์เน็ตได้ทัน หากใครได้ยินแล้วหัวเราะแปลว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน แต่ถ้าทำหน้างงแสดงว่าตามกระแสไม่ทัน

ความนิยมของ มีม 67 ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในแพลตฟอร์ม TikTok เท่านั้น แต่แบรนด์ใหญ่หลายแห่งยังนำไปเล่นเพื่อเกาะกระแสและเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่น แม้กระทั่งเสิร์ชเอนจินรายใหญ่อย่าง กูเกิล (Google) ก็เคยซ่อนลูกเล่นเอาไว้ โดยหากค้นหาคำว่า “67” ในช่วงที่กำลังได้รับความนิยม หน้าจอผลการค้นหาก็จะสั่นสะเทือนเพื่อตอบรับกระแสดังกล่าว ปรากฏการณ์นี้จึงเป็นตัวแทนของอารมณ์ขันบนอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ที่เน้นความไร้สาระ คาดเดาไม่ได้ และไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลหรือความหมายลึกซึ้งมารองรับ

Advertisement
Continue Reading
Advertisement