ข่าว
กสิกรไทยแจ้งกำไรไตรมาส 1 ปี 2569 แตะ 1.46 หมื่นล้านบาท ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ธนาคารกสิกรไทย (KASIKORNBANK) เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 14,667 ล้านบาท เติบโตขึ้น 6.35% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตามหากหักรายได้พิเศษเพียงครั้งเดียวจากการชดเชยมูลค่าเงินลงทุน กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 13,378 ล้านบาท ลดลง 2.99% โดยธนาคารประเมินว่าตัวเลขดังกล่าวยังไม่สะท้อนผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นช่วงปลายไตรมาส ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอตัวลงจากการใช้จ่ายที่อ่อนแรงและการหดตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย (KASIKORNBANK) ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงต้นปี 2569 มีความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะหลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยตลอดทั้งปี 2569 จะขยายตัวได้เพียงในกรอบ 0.8% – 1.2% ตามการประเมินในเดือนเมษายน เนื่องจากต้องเผชิญกับต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อค่าครองชีพและกำลังซื้อของภาคครัวเรือนโดยตรง
ในส่วนของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิพบว่าอยู่ที่ 31,957 ล้านบาท ลดลง 9.79% โดยมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ หรือ Net Interest Margin (NIM) อยู่ที่ระดับ 2.95% ซึ่งปรับตัวลดลงตามภาวะตลาดและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องให้แก่ลูกค้าในช่วงปีที่ผ่านมา ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการให้บริการ การบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่เติบโตในช่วงต้นปี และผลกำไรจากการลงทุนในจังหวะตลาดที่เอื้ออำนวย รวมถึงธุรกิจประกันภัยที่มีผลการดำเนินงานดีขึ้น
สำหรับการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย ธนาคารกสิกรไทยสามารถลดค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ลงได้ 3.85% อยู่ที่ 19,279 ล้านบาท จากการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ระดับ 38.93% อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงนโยบายตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss) ในระดับที่สูงจำนวน 9,823 ล้านบาท เพื่อรองรับความไม่แน่นอนและความท้าทายจากเศรษฐกิจที่อาจเผชิญกับภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทาน
ทางด้านคุณภาพสินทรัพย์ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 ธนาคารกสิกรไทย (K-Bank) มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 4,539,958 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.41% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 โดยมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ หรือ NPL Gross อยู่ที่ระดับ 3.19% ขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) แข็งแกร่งขึ้นมาอยู่ที่ 171.72% และมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงตามหลักเกณฑ์ Basel III สูงถึง 19.95% สะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่ยังคงมั่นคงในภาวะเศรษฐกิจผันผวน
นางสาวขัตติยา กล่าวทิ้งท้ายถึงทิศทางการดำเนินงานว่า “ธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังผ่านยุทธศาสตร์ 3+1 และ Productivity เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสีย และสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการยกระดับกลยุทธ์ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อประคับประคองลูกค้าให้สามารถผ่านสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูงได้”
