Connect with us

ข่าว

IEA เผยตลาดน้ำมันโลกเผชิญวิกฤตอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังสงครามตะวันออกกลางรุนแรง

Published

on

กลุ่ม G7 เห็นพ้องยังไม่ระบายน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ทันที หลังราคาน้ำมันพุ่งสูงจากสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่าน เตรียมส่งต่อให้ผู้นำตัดสินใจปลายสัปดาห์นี้

สำนักข่าวบริคอินโฟ – องค์การพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA (International Energy Agency) รายงานสถานการณ์ ตลาดน้ำมันโลก ที่กำลังเผชิญกับการหยุดชะงักของอุปทานครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีสาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ โดยเฉพาะ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์หลักในการกระจายน้ำมันดิบสู่ตลาดโลก ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบลดลงอย่างมหาศาลและผลักดันให้ราคาน้ำมันมีความผันผวนอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา

รายงานภาวะตลาดน้ำมันล่าสุดจาก IEA ระบุว่า การไหลเวียนของน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ลดลงอย่างน่าตกใจ จากเดิมที่เคยมีการขนส่งเฉลี่ย 20 ล้านบาร์เรลต่อวันก่อนเกิดสงคราม ปัจจุบันเหลือเพียงส่วนน้อยเท่านั้น สถานการณ์ดังกล่าวบีบให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในแถบอ่าวเปอร์เซียจำเป็นต้องปรับลดกำลังการผลิตลงอย่างน้อย 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยคาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันทั่วโลกในเดือนมีนาคมจะหายไปราว 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้จะมีการเพิ่มกำลังการผลิตจากประเทศนอกกลุ่ม โอเปกพลัส (OPEC+) อย่าง รัสเซีย (Russia) และ คาซัคสถาน (Kazakhstan) เข้ามาช่วยชดเชยบางส่วนหลังจากที่เคยหยุดชะงักไปก่อนหน้านี้ในปี 2026 แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

นอกจากปัญหาด้านการขนส่งแล้ว การโจมตีทางทหารที่เกิดขึ้นยังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยเฉพาะข้อจำกัดในช่องทางส่งออกที่ทำให้กำลังการกลั่นน้ำมันในภูมิภาคตะวันออกกลางมากกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวันต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว ขณะที่สถานการณ์ด้านราคาน้ำมันโลกเริ่มมีความผันผวนรุนแรงนับตั้งแต่ สหรัฐฯ (USA) และ อิสราเอล (Israel) เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อ อิหร่าน (Iran) เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) พุ่งสูงขึ้นแตะระดับเกือบ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ก่อนจะปรับตัวลงมาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งยังคงเป็นราคาที่สูงกว่าช่วงเดือนก่อนถึง 20 ดอลลาร์สหรัฐ

เพื่อบรรเทาวิกฤตอุปทานขาดแคลน ประเทศสมาชิกของ องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency) ได้บรรลุข้อตกลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมาในการอนุมัติให้ปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินออกสู่ตลาดในปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 400 ล้านบาร์เรล เพื่อสร้างสมดุลให้กับตลาดพลังงานโลกในช่วงที่สถานการณ์ยังมีความตึงเครียดสูง

Advertisement

ทางด้าน IEA ได้ออกคำเตือนทิ้งท้ายถึงผลกระทบในระยะยาวว่า “ผลกระทบขั้นสุดท้ายของความขัดแย้งที่มีต่อทั้งตลาดน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ รวมถึงเศรษฐกิจในภาพรวม ไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงแค่ความรุนแรงของการโจมตีทางทหารหรือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ปัจจัยสำคัญคือระยะเวลาของการหยุดชะงักในการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซว่าจะยืดเยื้อเพียงใด” ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางความมั่นคงทางพลังงานของโลกในอนาคต

อ้างอิง : สำนักข่าวซินหัว

Continue Reading
Advertisement