Connect with us

ข่าว

เวียดนามวอนภาคธุรกิจใช้ระบบ Work from Home ช่วยประหยัดน้ำมัน หลังวิกฤตตะวันออกกลางดันราคาพุ่ง

Published

on

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม วอนภาคธุรกิจใช้มาตรการ Work from Home และประหยัดพลังงาน หลังราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงจากเหตุความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

สำนักข่าวบริคอินโฟ – เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม (Ministry of Industry and Trade) ออกประกาศขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการและภาคธุรกิจพิจารณานำมาตรการการทำงานจากที่พักอาศัย หรือ Work from Home มาใช้เพื่อช่วยประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น จนส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานและทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลเวียดนามแสดงความกังวลว่าอาจเกิดสภาวะขาดแคลนน้ำมันในบางพื้นที่ จึงแนะนำให้ประชาชนและภาคเอกชนใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

สถานการณ์ความตึงเครียดทางทหารในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นกว่า 60% ตั้งแต่ต้นปี โดยราคาแตะระดับเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และมีความเป็นไปได้ที่อาจพุ่งสูงถึง 140 ดอลลาร์หากการหยุดชะงักของอุปทานยังคงยืดเยื้อ สำหรับเวียดนามนั้น แม้จะมีโรงกลั่นน้ำมันหลักสองแห่งคือ หงิเซิน (Nghi Son) และ บิ่งเซิน (Binh Son) แต่ยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในปริมาณมหาศาลเพื่อตอบสนองความต้องการใช้ในประเทศปี 2568 ซึ่งคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 28.6 ล้านลูกบาศก์เมตร

นอกจากการเสนอให้ทำงานจากที่บ้านแล้ว กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า (Ministry of Industry and Trade) ยังได้แนะนำให้บริษัทต่าง ๆ ปรับปรุงระบบโลจิสติกส์เพื่อลดระยะทางการขนส่งและลดจำนวนเที่ยวรถเปล่า พร้อมส่งเสริมการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนจำกัดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล หันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ หรือใช้วิธีทางเดียวกันไปด้วยกัน (Carpooling) รวมถึงแนะนำเทคนิคการขับขี่เพื่อประหยัดน้ำมัน เช่น การดับเครื่องยนต์เมื่อจอดนาน การหลีกเลี่ยงการเร่งหรือเบรกกะทันหัน และสนับสนุนให้หันมาใช้น้ำมันชีวภาพ (Biofuels) อย่าง E5 และ E10 มากขึ้น

ทางด้านมาตรการการควบคุมตลาด รัฐบาลเวียดนามได้ขอร้องไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกจนเกิดการกักตุนน้ำมัน ซึ่งพบว่าเริ่มมีปรากฏการณ์ประชาชนเร่งรีบไปซื้อน้ำมันมาเก็บไว้ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะในกรุงฮานอย และบางจังหวัดในภาคใต้ เนื่องจากกังวลเรื่องราคาที่จะปรับตัวสูงขึ้นและสินค้าขาดตลาด ทั้งนี้ หากพบเห็นสถานีบริการน้ำมันที่กระทำความผิด เช่น การหยุดขายโดยไม่มีเหตุผล หรือขายเกินราคาที่กำหนด ประชาชนสามารถรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที

Advertisement

ในส่วนของความร่วมมือระหว่างประเทศ นายกรัฐมนตรี ฟาม มิงห์ จิ๋ญ (Pham Minh Chinh) ได้หารือทางโทรศัพท์กับ นายกรัฐมนตรี ชีค อาหมัด อับดุลเลาะห์ อัล-อาหมัด อัล-ซาบะห์ (Sheikh Ahmed Abdullah Al-Ahmad Al-Sabah) แห่งคูเวต เพื่อขอความร่วมมือในการประสานงานกับพันธมิตรที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาส่งมอบน้ำมันดิบให้แก่เวียดนามอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้รัฐบาลยังได้ระดมน้ำมันสำรองจำนวนประมาณ 4 ล้านบาร์เรลจากพันธมิตรต่าง ๆ เข้าสู่ระบบเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะนี้

Continue Reading
Advertisement