Connect with us

การเมือง

ณรงเดช อภิปรายตัดงบ สศก. ชี้ข้อมูลต้นทุนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต่ำกว่าจริง กระทบราคารับซื้อเกษตรกร

Published

on

ณรงเดช สส.พรรคประชาชน อภิปรายตัดงบ สศก. ชี้ประเมินต้นทุนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต่ำกว่าจริง ส่งผล นบขพ. ประกาศราคารับซื้อปี 2569/2570 ล่าช้า เกษตรกรขาดทุน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วาระที่ 2 เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 มีการอภิปรายในมาตรา 14 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนายณรงเดช อุฬารกุล กรรมาธิการในสัดส่วนพรรคประชาชน ได้เสนอขอปรับลดงบประมาณแผนยุทธศาสตร์เกษตรสร้างมูลค่าของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) วงเงิน 109.147 ล้านบาท พร้อมตั้งข้อสังเกตเรื่องความถูกต้องของข้อมูลต้นทุนการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการประกาศเกณฑ์ราคารับซื้อของภาครัฐในฤดูกาลนี้

นายณรงเดชกล่าวว่า ตามขั้นตอนปกติ คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) จะต้องประเมินสถานการณ์การผลิต การตลาด ต้นทุน และค่าขนส่ง เพื่อกำหนดราคารับซื้อและบริหารจัดการการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ แต่ในฤดูกาลผลิต 2569/2570 นบขพ. ยังไม่สามารถประกาศราคาได้ โดยมีความล่าช้ากว่าปีก่อนถึง 3 เดือน เนื่องจากเกษตรกรไม่ยอมรับตัวเลขการคำนวณต้นทุนที่ สศก. นำเสนอ ทั้งที่ต้นทุนปัจจัยการผลิตอย่างราคาน้ำมันและปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบความไม่สงบในตะวันออกกลาง รวมถึงสภาพอากาศที่แปรปรวน แต่ สศก. กลับรายงานว่าต้นทุนลดลงและผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น

จากการรายงานของ สศก. ต่อ นบขพ. ระบุว่าต้นทุนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อยู่ที่ 7.03 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งต่ำกว่าปี 2568 ที่อยู่ระดับ 7.08 บาทต่อกิโลกรัม และประเมินต้นทุนรวมไว้ที่ 5,662.12 บาทต่อไร่ สวนทางกับข้อมูลของสภาเกษตรกรที่ประเมินต้นทุนเฉลี่ยไว้ที่ 7,098 บาทต่อไร่ สูงกว่าตัวเลขของ สศก. ถึง 1,435.88 บาทต่อไร่ ส่งผลให้ปัจจุบันราคารับซื้อยังคงอิงเกณฑ์เดิมของ นบขพ. ที่ 7.05 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่เกษตรกรเรียกร้องราคาที่ 7.50 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้เกษตรกรที่เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วประมาณ 20% ต้องจำใจขายผลผลิตในราคาต่ำกว่าความเป็นจริง

ณรงเดช สส.พรรคประชาชน อภิปรายตัดงบ สศก. ชี้ประเมินต้นทุนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต่ำกว่าจริง ส่งผล นบขพ. ประกาศราคารับซื้อปี 2569/2570 ล่าช้า เกษตรกรขาดทุน

นอกจากนี้ นายณรงเดชยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับวิธีการจัดทำข้อมูลของ สศก. ว่าขาดการมีส่วนร่วมของภาคเกษตรกร โดยระบบเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศหรือ GIS ภายใต้โครงการ Big Data วงเงินกว่า 14 ล้านบาท ครอบคลุมพืชเศรษฐกิจเพียง 5 ชนิด ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง สับปะรด ปาล์มน้ำมัน และยางพารา โดยไม่มีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อยู่ในระบบ อีกทั้งการพยากรณ์พื้นที่ปลูกข้าวโพดรุ่นที่ 2 ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 28.47% จัดทำขึ้นจากฐานข้อมูลสถิติเดิมและการสำรวจต้นฤดูเพาะปลูกเมื่อเดือนพฤษภาคม ซึ่งที่ประชุมรับรองข้อมูลมีเพียงข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยไม่มีตัวแทนเกษตรกรหรือสภาเกษตรกรเข้าร่วม

การจัดทำงบประมาณของ สศก. ในปี 2570 ยังพบว่าโครงการส่วนใหญ่เน้นการอบรมสัมมนาสำหรับบุคลากรภายในหน่วยงานจำนวน 582 คน โดยไม่มีบุคคลภายนอกหรือตัวแทนเกษตรกรเข้าร่วมกระบวนการ นายณรงเดชจึงเรียกร้องให้ สศก. ปรับปรุงวิธีปฏิบัติงาน เพิ่มการมีส่วนร่วมของเกษตรกร และนำข้อเท็จจริงในพื้นที่มาคำนวณต้นทุนให้แม่นยำ เพื่อไม่ให้เกษตรกรต้องแบกรับความเสียหายจากส่วนต่างของราคาผลผลิต

Advertisement
Continue Reading
Advertisement