Connect with us

ข่าว

รัสเซียชี้เป้าหมายนิวเคลียร์ในอิหร่านต้องได้รับความคุ้มครอง พร้อมอพยพเจ้าหน้าที่บางส่วนออกจากพื้นที่

Published

on

รัสเซีย

สำนักข่าวบริคอินโฟ – โรซาตอม (Rosatom) รัฐวิสาหกิจพลังงานนิวเคลียร์ของรัสเซีย ออกมาเน้นย้ำถึงความปลอดภัยของสถานประกอบการนิวเคลียร์ในประเทศอิหร่าน (Iran) โดยระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ควรตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ตึงเครียดขึ้นในภูมิภาค พร้อมดำเนินการอพยพพนักงาน (Evacuation) และครอบครัวบางส่วนกลับสู่รัสเซียเพื่อความปลอดภัย

นายอเล็กซี ลิคาเชฟ (Alexei Likhachev) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ โรซาตอม (Rosatom) เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้ดำเนินการอพยพบุคคลรวม 94 รายออกจากอิหร่าน โดยกลุ่มที่เดินทางออกไปประกอบด้วยบุตรหลานของพนักงาน พนักงานในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจหลัก รวมถึงบุคคลที่มีความประสงค์จะเดินทางออกจากประเทศ อย่างไรก็ตาม พนักงานส่วนใหญ่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชอร์ (Bushehr Nuclear Power Plant) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพียงแห่งเดียวของอิหร่านที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน

ทางด้านความปลอดภัยของบุคลากร นายอเล็กซี ลิคาเชฟ (Alexei Likhachev) ยืนยันว่าทางหน่วยงานกำลังเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและมีการประเมินความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา พร้อมกล่าวว่า “หากมีความจำเป็น เราจะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมภายใต้ความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อรับรองความปลอดภัยของพนักงานของเรา” ซึ่งถือเป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกับภาครัฐของรัสเซียในการดูแลพลเมืองในพื้นที่เสี่ยง

นอกจากนี้ ผู้บริหารของ โรซาตอม (Rosatom) ยังได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ โดยระบุว่าสิ่งอำนวยความสะดวกทางนิวเคลียร์ “ไม่ควรถูกกำหนดเป็นเป้าหมายของการโจมตีไม่ว่าภายใต้สถานการณ์ใดๆ” แม้จะไม่มีการลงรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดที่ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชอร์ (Bushehr) ก็ตาม แต่คำแถลงดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลาที่ อิหร่าน (Iran) ตกเป็นเป้าหมายการกดดันจาก สหรัฐอเมริกา (USA) และ อิสราเอล (Israel)

Advertisement

สำหรับ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชอร์ (Bushehr) ถือเป็นโครงการความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เนื่องจากเป็นโรงไฟฟ้าที่ก่อสร้างโดยรัสเซียและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างสองประเทศ การคงอยู่ของเจ้าหน้าที่รัสเซียในพื้นที่จึงเป็นทั้งการรักษาระบบปฏิบัติการและสะท้อนถึงท่าทีทางการเมืองของรัสเซียต่อสถานการณ์ความมั่นคงในตะวันออกกลาง

Continue Reading
Advertisement