ข่าว
การท่องเที่ยวไต้หวันจัดงาน B2B Taiwan Tourism Workshop 2026 รุกตลาดไทย ตั้งเป้าสร้างมูลค่ากว่า 70 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน (Taiwan Tourism Administration) เปิดฉากรุกตลาดท่องเที่ยวไทยตั้งแต่ต้นปี 2026 ด้วยการจัดงาน B2B Taiwan Tourism Workshop ณ โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท (Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit) เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการไทยและไต้หวันกว่า 150 ราย โดยมุ่งเน้นการนำเสนอแคมเปญใหม่ภายใต้แนวคิด “กลางวันก็สนุก กลางคืนก็มีเสน่ห์” หวังดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยให้เดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลาย ทั้งด้านวัฒนธรรม อาหาร และเทศกาลระดับโลก พร้อมตั้งเป้าหมายสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการเจรจาธุรกิจในครั้งนี้สูงถึง 70 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการประชาสัมพันธ์อย่างเข้มข้นตลอดทั้งปี โดยทาง สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน มุ่งเน้นไปที่การนำเสนอไฮไลต์สำคัญอย่าง เทศกาลโคมไฟไต้หวัน (Taiwan Lantern Festival) และการส่งเสริมการท่องเที่ยวยามค่ำคืน เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์จุดหมายปลายทางที่ท่องเที่ยวได้ตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้สโลแกนใหม่ “Taiwan – Waves of Wonder” ซึ่งเป็นการผสมผสานเสน่ห์ของภูมิประเทศทั้งภูเขา ทะเล และวิถีชีวิตคนเมืองเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับนักเดินทางกลุ่มใหม่และกลุ่มที่เดินทางซ้ำ

นางสาวซินดี้ เฉิน (Cindy Chen) ผู้อำนวยการ สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ เปิดเผยข้อมูลว่า “การจัดงานครั้งนี้มีผู้ประกอบการจากไต้หวันเข้าร่วมกว่า 23 ราย ครอบคลุมทั้งหน่วยงานภาครัฐ สมาคมท่องเที่ยว บริษัทนำเที่ยว โรงแรม และสายการบินหลัก โดยมีการจับคู่เจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทยมากกว่า 4,000 ครั้ง ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือระยะยาวระหว่างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ” ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดไทยที่เป็นตลาดหลักในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นอกจากนี้ นางสาวซินดี้ เฉิน ยังระบุถึงทิศทางการตลาดในปี 2026 ว่าจะมุ่งเน้นไปที่ 4 ธีมหลัก ได้แก่ อาหาร (Food), วัฒนธรรม (Culture), ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) และกลุ่ม LGBTQ+ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ “ไต้หวันมีจุดแข็งด้านร้านอาหารระดับ มิชลิน (Michelin Guide) และ บิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand) รวมถึงวัฒนธรรมและเทศกาลที่ใกล้ชิดกับคนไทย อีกทั้งยังเป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรต่อความหลากหลายทางเพศ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการพำนักระยะยาวและการเดินทางซ้ำได้ดียิ่งขึ้น”
เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทย ไต้หวันได้ขยายระยะเวลามาตรการ ยกเว้นวีซ่า (Visa-Free) ไปจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2026 พร้อมทั้งออกโปรโมชันกระตุ้นการเดินทาง เช่น ส่วนลดบัตรโดยสารรถไฟความเร็วสูง และโปรแกรมท่องเที่ยวระยะสั้นสำหรับผู้โดยสารที่รอต่อเครื่อง (Transit) นอกจากนี้ยังมีการนำเทคโนโลยี AI และแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาช่วยยกระดับการเป็น Smart Tourism เพื่อให้การเดินทางมีความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Euromonitor International ระบุว่า กรุงไทเป (Taipei) ได้รับการจัดอันดับเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับที่ 15 ของโลกในปี 2025 และยังคงเป็นเมืองยอดนิยมในเอเชียจากการจัดอันดับของนิตยสาร Travel + Leisure ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความพร้อมของไต้หวันในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวไทยที่มีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มมากขึ้นและราคาที่เข้าถึงได้ง่าย
