Connect with us

ข่าว

เอสซีจี ชูโมเดล PPPP ดัน SMEs สู่ Smart Industry ตั้งเป้าขยับจีดีพีไทยโต 5%

Published

on

นายชนะ ภูมี ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี (SCG) และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สำนักข่าวบริคอินโฟ – เอสซีจี (SCG) ผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจ เปิดเวทีระดมสมองผลักดันแนวคิด Reinvent Thailand หวัง กู้วิกฤตเศรษฐกิจไทยที่เติบโตต่ำสุดในอาเซียน ด้วยการพลิกโฉม SMEs สู่ Smart Industry ผ่านโมเดลความร่วมมือ 4 ประสาน หรือ PPPP (Public Private People Partnerships) ตั้งเป้าเพิ่มผลิตภาพ 2 เท่า พร้อมดันสัดส่วน GDP ของ SMEs ให้เกิน 50% ซึ่งจะส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตที่ระดับ 4-5%

นายชนะ ภูมี ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี (SCG) และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายในงาน “Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปด้วยกัน” ว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตการเติบโตของ GDP ที่ต่ำที่สุดในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับสัดส่วนของ SMEs ในระบบเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับต่ำ สะท้อนให้เห็นถึงการสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างรุนแรง ถึงเวลาที่อุตสาหกรรมไทยต้องยกระดับสู่ Smart Industry ด้วยการนำเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และดิจิทัลอัจฉริยะมาใช้ ควบคู่กับการพัฒนา Green Infrastructure เพื่อดึงดูดการลงทุนและเชื่อมโยง SMEs ไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain)

Screenshot

สำหรับการขับเคลื่อนดังกล่าวนั้น นายชนะ ระบุว่าจะต้องอาศัย “ทุน” สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ทุนมนุษย์ (Human Capital) ที่เน้นพัฒนาทักษะสำหรับอุตสาหกรรมอนาคต, ทุนข้อมูล (Information Capital) เพื่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและลูกค้า และทุนองค์กร (Organization Capital) เพื่อสร้างระบบมาตรฐานความร่วมมือ โดยมีกลยุทธ์หลัก 5 ข้อในการพลิกโฉม SMEs คือ 1. การปกป้องตลาดในประเทศ ผ่านการจัดซื้อภาครัฐที่ส่งเสริม Local Content และการบังคับใช้มาตรฐาน มอก. 2. การขยายตลาดส่งออกผ่าน FTA 3. การลดต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ ผลักดัน Direct PPA และ Smart Logistics 4. การลดกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น และ 5. การสร้างความร่วมมือแบบ PPPP โดยเน้นการทำงานเชิงพื้นที่และการรวมกลุ่มคลัสเตอร์

“พลังขับเคลื่อนจะเกิดขึ้นจริงได้ต้องผสานความร่วมมือทุกภาคส่วน ด้วยโมเดล Public Private People Partnership (PPPP Model) ดังผลสำเร็จของ สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ (Saraburi Sandbox) ที่ได้รับการยอมรับระดับโลก ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และประชาชน กว่า 50 องค์กร เปลี่ยนการนำเข้าถ่านหินเป็นพลังงานสะอาด ใช้เทคโนโลยีส่งเสริมเกษตรแปรรูป และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สร้างรายได้กว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี โมเดลนี้พร้อมสำหรับการขยายผลต่อไปในระดับประเทศ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่ม GDP และสร้างรายได้มากกว่า 300,000 – 400,000 ล้านบาท” นายชนะ กล่าว

ทั้งนี้ นายชนะ ทิ้งท้ายว่า หากเกิดความร่วมมือในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและร่วมใจกันพลิกโฉม SMEs ไทย จะช่วยให้สัดส่วนของ SMEs เติบโตจาก 35% เป็นมากกว่า 50% ของ GDP และส่งผลให้ภาพรวม GDP ของไทยเติบโตได้ถึง 4-5% ตามเป้าหมายที่วางไว้

Advertisement
Continue Reading
Advertisement