ข่าว
แคสเปอร์สกี้เปิดผลสำรวจพบคนไทย 74% ใช้สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์หลักเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เตือนความเสี่ยงข้อมูลสำคัญหลุดร่วง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ผลการสำรวจของแคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกรวมถึงประเทศไทย พบว่าสมาร์ทโฟนได้กลายเป็นอุปกรณ์หลักในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตแซงหน้าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยผู้ตอบแบบสอบถามในไทยมากถึง 74% ใช้สมาร์ทโฟนเป็นช่องทางหลักทางออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เตือนว่า พฤติกรรมการป้องกันและรักษาความปลอดภัยของผู้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ยังคงปฏิบัติตามไม่ทันรูปแบบการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไป
ข้อมูลจากการสำรวจระบุว่า สมาร์ทโฟนไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สื่อสารอีกต่อไป แต่กลายเป็นศูนย์กลางการเก็บข้อมูลสำคัญดิจิทัลของผู้ใช้ โดยคนไทยนิยมจัดเก็บรูปภาพและวิดีโอส่วนตัวมากที่สุดถึง 63% ตามด้วยข้อมูลติดต่อและหมายเลขโทรศัพท์ 50% และข้อมูลบัญชีโซเชียลมีเดีย 44% นอกจากนี้ยังพบการจัดเก็บข้อมูลการทำงาน เช่น อีเมลและข้อความงาน 40% ปฏิทินตารางงาน 27% ตลอดจนข้อมูลทางการเงิน รหัสผ่าน และเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประจำตัวประชาชนและหนังสือเดินทาง
นายแอนตัน คิฟวา (Anton Khivrenko) ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของแคสเปอร์สกี้ เปิดเผยว่า สมาร์ทโฟนทำหน้าที่เหมือนผู้ช่วยที่เกี่ยวข้องกับทุกมิติของชีวิต ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การจัดเก็บข้อมูลอะไร แต่อยู่ที่กระบวนการปกป้องข้อมูลเหล่านั้น ทั้งนี้ ในปี 2568 แคสเปอร์สกี้ได้ตรวจพบและระงับการโจมตีทางไซเบอร์บนเว็บในประเทศไทยสูงถึง 10,449,120 ครั้ง หรือเฉลี่ยประมาณ 28,550 ครั้งต่อวัน สะท้อนถึงความเสี่ยงที่ผู้ใช้อุปกรณ์พกพากำลังเผชิญ

ด้าน นายเอเดรียน เฮีย (Adrian Hia) กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้ ระบุว่า บทบาทของสมาร์ทโฟนขยายไปสู่การบริหารจัดการเงิน การทำงาน และความทรงจำส่วนตัว การสูญหายของอุปกรณ์หรือการถูกละเมิดข้อมูลจึงส่งผลกระทบอย่างรุนแรง การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์บนมือถือในปัจจุบันจึงเป็นการปกป้องวิถีชีวิตดิจิทัลในชีวิตประจำวันของผู้ใช้งาน
เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว แคสเปอร์สกี้ได้เสนอแนวทางความปลอดภัย 3 ขั้นตอน ได้แก่ การไม่จัดเก็บข้อมูลสำคัญไว้ในสมาร์ทโฟนเพียงแหล่งเดียวโดยควรสำรองข้อมูลหรือใช้ระบบซิงค์บนคลาวด์ การติดตั้งระบบป้องกันภัยคุกคามทางดิจิทัลเรียลไทม์บนอุปกรณ์พกพา และการเตรียมรับมือกรณีอุปกรณ์สูญหาย เช่น การเปิดบริการระบุตำแหน่ง การตั้งค่าสำรองข้อมูลและล็อกหน้าจออัตโนมัติ รวมถึงการระมัดระวังไม่ทิ้งอุปกรณ์ไว้ในจุดเสี่ยงในพื้นที่สาธารณะ
ทั้งนี้ ผลการศึกษาดังกล่าวจัดทำโดยศูนย์วิจัยตลาดของแคสเปอร์สกี้เมื่อเดือนมีนาคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 7,200 คนใน 18 ประเทศทั่วโลก เพื่อสะท้อนพฤติกรรมการใช้งานและความปลอดภัยในยุคดิจิทัล
