Connect with us

ข่าว

บลจ. ไทยพาณิชย์ ประกาศจ่ายปันผล-คืนทุน กองทุนอสังหาฯ และอินฟราฯ Q3/68 นำโดย DIF, POPF, และ CPNCG

Published

on

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM

สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) ได้ประกาศการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนสำหรับกลุ่มกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน (Property and Infrastructure Funds) ในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 โดยครอบคลุม 3 กองทุนหลัก ได้แก่ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF), กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ไพร์มออฟฟิศ (POPF), และกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท (CPNCG) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสินทรัพย์กลุ่มนี้ในการสร้างกระแสรายได้ที่สม่ำเสมอ แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังมีความผันผวนจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความไม่แน่นอนหลายด้าน เช่น ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การชะลอตัวของภาคการส่งออก และภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำจากการชะลอตัวของการบริโภคในประเทศ ซึ่งสะท้อนภาพรวมที่ยังเปราะบางและต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการเงินที่คาดว่าจะผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ดังกล่าว กลุ่มกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้การบริหารของ SCBAM ยังคงสามารถสร้างผลการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง และจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ผู้ถือหน่วยได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งตอกย้ำบทบาทของสินทรัพย์กลุ่มนี้ในการสร้างเสถียรภาพให้กับพอร์ตการลงทุนในระยะยาว

สำหรับการจ่ายผลตอบแทนรอบการดำเนินงานวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568 คณะกรรมการพิจารณาการลงทุนได้อนุมัติให้จ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน 3 กองทุนหลัก โดยมีการกำหนดปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 และจะเริ่มจ่ายเงินผลประโยชน์ตอบแทนในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 ดังนี้:

  • กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF (Digital Infrastructure Fund) ซึ่งมีรายได้หลักจากการให้เช่าโครงข่ายโทรคมนาคม เช่น เสาสัญญาณและสายใยแก้วนำแสงแก่กลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน (TRUE) กำหนดจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.2222 บาทต่อหน่วย โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 8 ธันวาคม 2568 นับเป็นการจ่ายครั้งที่ 3 ของปี และครั้งที่ 47 นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน
  • กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ไพร์มออฟฟิศ หรือ POPF (Prime Office Leasehold Property Fund) ซึ่งลงทุนในสิทธิการเช่าอาคารสำนักงาน 2 แห่ง ได้แก่ อาคารสมัชชาวาณิช 2 และอาคารบางนา ทาวเวอร์ ในทำเลธุรกิจสำคัญ กำหนดจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.2150 บาทต่อหน่วย โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 4 ธันวาคม 2568 นับเป็นการจ่ายครั้งที่ 3 ของปี และครั้งที่ 58 ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน
  • กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท หรือ CPNCG (CPN Commercial Growth Leasehold Property Fund) ที่มีรายได้จากการลงทุนในสิทธิการเช่าอาคารสำนักงานเกรดเอ บริเวณศูนย์การค้าในเครือบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ย่านปทุมวัน กำหนดจ่ายเงินคืนทุนในอัตรา 0.2661 บาทต่อหน่วย คิดเป็นเงินจำนวน 113,528,638 บาท การคืนทุนนี้เป็นการจ่ายสภาพคล่องส่วนเกินตามวิธีการทางบัญชี โดยมีกำหนดจ่ายคืนทุนในวันที่ 4 ธันวาคม 2568 นับเป็นการคืนทุนครั้งที่ 3 ของปี และครั้งที่ 11 ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในช่วงที่เศรษฐกิจยังอยู่ระหว่างสภาวะชะลอตัวและตลาดยังคงมีความผันผวน การมองหาโอกาสจากสินทรัพย์ที่มีโอกาสในการสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอและมีเสถียรภาพเมื่อเทียบกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันจึงเป็นสิ่งสำคัญ กองทุนที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีประวัติการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่เพียงช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนเพื่อเป้าหมายการลงทุนได้ในระยะยาว” ข้อมูลการจ่ายเงินปันผลและการคืนทุนของกองทุน DIF, POPF และ CPNCG เพิ่มเติมสามารถดูได้จากเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

Advertisement
Continue Reading
Advertisement