Connect with us

ข่าว

ตำรวจไซเบอร์ จับหนุ่มจีน-สาวไทย ทลายแก๊งหลอกลงทุนคริปโต เอี่ยวฟอกเงินเสียหาย 30 ล้าน

Published

on

ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ EXIT SCAM จับกุมหนุ่มจีนและสาวไทย พฤติการณ์กินหรูอยู่สบาย แต่เอี่ยวฟอกเงินในขบวนการหลอกลงทุนคริปโต มูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท

สำนักข่าวบริคอินโฟ – กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) นำโดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. แถลงผลปฏิบัติการ EXIT SCAM จับกุมหนุ่มจีนและสาวไทยพฤติการณ์กินหรูอยู่สบาย แต่เอี่ยวฟอกเงินในขบวนการหลอกลงทุนคริปโต รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท

สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ว่าถูกหลอกให้โอนเงินเพื่อลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล (คริปโทฯ) ผ่านเว็บไซต์ neccorpo.site โดยอ้างผลตอบแทนสูง ในช่วงแรกผู้เสียหายได้รับผลกำไรจริง แต่หลังจากลงทุนสูงขึ้นกลับไม่สามารถถอนเงินได้ สูญเงินกว่า 2 ล้านบาท

จากการสืบสวนพบผู้ต้องหา 2 ราย คือชายชาวจีนและหญิงไทย มีความเชื่อมโยงกับคดีหลอกลวงออนไลน์อื่น ๆ ในลักษณะเดียวกันอีก 28 คดี ทั้งสองมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว โดยฝ่ายหญิงเป็นแม่ค้า ฝ่ายชายมีครอบครัวแล้ว แต่มาพบรักกับหญิงไทยจนถึงขั้นให้เปิดบัญชีคริปโตให้ใช้ร่วมกัน และเปิดร้านขายรองเท้าด้วยกัน แต่ผลประกอบการร้านไม่ดีนัก ทั้งคู่กลับใช้ชีวิตหรูหรา ขับรถหรู ใช้สินค้าแบรนด์เนม และสะสมตุ๊กตา Bearbrick

ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมาย 5 จุด จับกุม นายเชา สัญชาติจีน อายุ 34 ปี และ น.ส.นริศรา สัญชาติไทย อายุ 21 ปี พร้อมของกลางมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เช่น ตุ๊กตา Bearbrick 30 ตัว โทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง รถยนต์ BMW รุ่น X-1 และ Toyota รุ่น Alphard สัญญาปล่อยเช่าคอนโด โฉนดคอนโด หนังสือพาสปอร์ต ตู้เซฟนิรภัย และสินค้าแบรนด์เนมจำนวนมาก

Advertisement

ผู้ต้องหาทั้งสองเป็นกลุ่มผู้บริหารจัดการเงินของแก๊งสแกมเมอร์และเชื่อว่าเป็นผู้ฟอกเงิน พบข้อมูลสลิปโอนเงินกว่า 5,000 รายการในเวลาไม่ถึงปี ยอดการโอนแต่ละครั้งตั้งแต่ 1-5 แสนบาท คาดว่ามีเงินหมุนเวียนหมื่นล้านบาทต่อปี ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์, สมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า คดีนี้มีลักษณะเป็น Hybrid Scam โดยหลอกให้มีความสัมพันธ์ก่อนชักชวนลงทุนผ่านเว็บปลอม พบว่าผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บดังกล่าว 28 คดี และมีเส้นเงินเชื่อมโยงกัน เว็บไซต์นี้เปิดมาไม่ถึงปี ส่วนนายเชาเข้ามาไทย 3-4 ปีแล้ว และเดินทางเข้าออกจีน กัมพูชาบ่อยครั้ง เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และกลุ่มจีนสีเทา ตำรวจจะขยายผลต่อไป

พล.ต.ท.ไตรรงค์ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อการลงทุนผ่านเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือบุคคลแปลกหน้าที่ทักมาหลอกมีความสัมพันธ์ก่อนหลอกลงทุน

นอกจากนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า สถิติการแจ้งความคดีอาชญากรรมตั้งแต่ธันวาคม 2567 ถึงมกราคม 2568 ลดลงมาก เนื่องจากมีการกวาดล้างแก๊ง Call Center แต่อาชญากรรมทางเทคโนโลยีเกี่ยวกับการหลอกขายสินค้าและบริการกลับเพิ่มขึ้น ซึ่งตำรวจจะเร่งกวาดล้างต่อไป

Advertisement
Continue Reading
Advertisement