ข่าว
ตำรวจไซเบอร์ทลายเครือข่ายเว็บพนัน KFC888 หมุนเวียน 2,500 ล้าน หลังพบใช้ AI ปลอมหน้า ฮาย อาภาพร ชวนเล่นพนันฟุตบอลโลก
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ตำรวจไซเบอร์ แถลงผลการนำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายสำคัญ หลังสืบสวนพบขบวนการเปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์รายใหญ่ที่มีเงินหมุนเวียนกว่า 2,500 ล้านบาทต่อปี โดยกลุ่มผู้กระทำความผิดได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้ตัดต่อภาพและเสียงของนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ เพื่อโฆษณาชักชวนให้ประชาชนร่วมเล่นพนันในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก 2026 นำไปสู่การบุกตรวจค้นบริษัท Payment Gateway ย่านสาทร ที่ทำหน้าที่รับโอนเงินให้กับเครือข่ายดังกล่าว
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญกรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. ได้มีนโยบายยกระดับปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะเว็บพนันออนไลน์ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก หรือ FIFA World Cup 2026 ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.1 ได้ตรวจพบการกระทำความผิดบนเฟซบุ๊ก บัญชีชื่อ “สูตรแม่ฮาย” โพสต์คลิป Reels โฆษณาชักชวนเล่นพนันออนไลน์ ซึ่งมีการใช้ Artificial Intelligence หรือ AI ปลอมแปลงใบหน้าและเสียงของ ฮาย อาภาพร โดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อเจ้าหน้าที่กดตรวจสอบลิงก์เชื่อมโยงไปยังบัญชีไลน์ HUAY69 พบข้อความอัตโนมัติชักชวนให้สมัครสมาชิกเว็บพนันชื่อ KFC888
จากการสืบสวนพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวเปิดให้เล่นพนันออนไลน์หลายรูปแบบ ทั้งหวยออนไลน์ หวยหุ้นต่างประเทศ และการทายผลพนันฟุตบอลโลก โดยมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับบริษัทผู้ให้บริการรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Payment Gateway แห่งหนึ่ง มีเงินหมุนเวียนในระบบเฉลี่ยสูงถึง 120 ล้านบาทต่อเดือน หรือกว่า 2,500 ล้านบาทต่อปี เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายค้นจากศาลอาญาเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายจำนวน 2 จุด
สำหรับจุดแรก เจ้าหน้าที่เข้าค้นบ้านพักในโครงการหรูย่านรามคำแหง ซอยรามคำแหง 9 ซึ่งคาดว่าเป็นที่พักของกลุ่มผู้บริหารเว็บไซต์ แต่ไม่พบตัวผู้เกี่ยวข้องหรือสิ่งผิดกฎหมาย ส่วนจุดที่สอง เป็นที่ทำการของบริษัท Payment Gateway ย่านลุมพินี ถนนพระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ ผลการตรวจค้นสามารถตรวจยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 2 ชุด และแฟ้มเอกสารสำคัญอีก 5 เล่ม
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทเพย์เมนต์เกตเวย์ดังกล่าว มารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐาน ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จหรือภาพของบุคคลอื่นที่เกิดจากการดัดแปลง (AI) ในลักษณะที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียงหรือได้รับความอับอาย พร้อมทั้งเตรียมขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องและทำการยึดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดต่อไป
