Connect with us

ข่าว

ก.ดิจิทัล เรียกคุย Meta หลังหลุดไลฟ์หวิว พบมีฝังลิงก์ Phishing-กฎหมายเดิมส่อเอาผิดแพลตฟอร์มไม่ได้

Published

on

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

สำนักข่าวบริคอินโฟ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ประชุมร่วมกับผู้บริหาร เมตา (Meta) และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามกรณีแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก (Facebook) ปล่อยให้มีการถ่ายทอดสดหรือ ไลฟ์สดอนาจาร ร่วมเพศกระจายสู่ระบบฟีดของผู้ใช้งานชาวไทยเป็นจำนวนมาก แม้ผู้ใช้รายนั้นจะไม่เคยเข้าชมเนื้อหาประเภทดังกล่าว โดยภาครัฐเตรียมพิจารณาปรับหลักเกณฑ์กฎหมายเพื่อเอาผิดและบังคับให้แพลตฟอร์มต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ทางกระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้เร่งดำเนินการหารือร่วมกับเจ้าของแพลตฟอร์มทันที ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินคดีทั้งกับผู้ผลิต ผู้เผยแพร่ และตัวแพลตฟอร์ม โดยหลังจากนี้มีความจำเป็นต้องปรับปรุงมาตรการและหลักเกณฑ์ทางกฎหมายให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากกฎประกาศเดิมระบุให้เวลาแพลตฟอร์มในการลบเนื้อหาภายใน 24 ชั่วโมงและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐในการจัดการ ส่งผลให้แพลตฟอร์มไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ หากดำเนินการภายในระยะเวลาดังกล่าว กระทรวงฯ จึงเล็งเห็นว่าต้องมีการปรับหลักเกณฑ์ให้แพลตฟอร์มมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วย โดยจะมีการต่อยอดไปถึงมาตรการควบคุม พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 (พรก.บัญชีม้า) โดยหลังจากนี้ทาง Meta จะต้องไปเตรียมหลักเกณฑ์และประกาศต่าง ๆ เพื่อยกระดับการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ

จากการชี้แจงของทาง เฟซบุ๊ก (Facebook) นอกเหนือจากการปิดกั้นบัญชีผู้ใช้จำนวน 5 บัญชีแล้ว บริษัทได้นำเนื้อหาดังกล่าวเข้าสู่ระบบคลังข้อมูลหรือ Data banks เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เนื้อหาประเภทนี้ถูกนำมาเผยแพร่ซ้ำอีก ส่วนสาเหตุที่ระบบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ตรวจสอบไม่พบในช่วงแรก ทางบริษัทระบุว่าเนื้อหาดังกล่าวใช่ช่องโหว่ของคอนเทนต์ประเภท Benign หรือเนื้อหาไม่เป็นอันตราย ไม่ขัดต่อกฎชุมชน แล้วใช้เทคนิคหลบเลี่ยงระบบตรวจจับจนหลุดรอดไปได้ อย่าง การสลับภาพเป็นฉากคนนั่งคุยกัน หรือการสวมใส่หน้ากากของฝ่ายหญิงเพื่อป้องกันไม่ให้ระบบตรวจจับใบหน้าและอวัยวะได้ ซึ่งทาง รมว.ดิจิทัล ระบุว่า แม้ระบบจะอ้างว่ามีเนื้อหาที่ได้รับการยกเว้นหลุดรอดไปเพียงไม่กี่วินาที แต่การปล่อยให้มีการกระทำความผิดถ่ายทอดสดยาวนานถึง 7-8 ชั่วโมง ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังได้ร้องขอข้อมูลอัลกอริทึม (Algorithm) จากทาง Facebook เพื่อนำมาตรวจสอบเชิงลึกว่าเหตุใดระบบถึงเลือกกระจายฟีดเนื้อหาอนาจารเหล่านี้ไปสู่ผู้ใช้งานทั่วไป ส่วนแหล่งที่มาของบัญชียังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นฝีมือของคนไทยหรือไม่ ซึ่งทางบริษัทกำลังเร่งรวบรวมข้อมูลภายในระยะเวลา 3-5 วัน โดยในวันพรุ่งนี้ รมว.ดิจิทัล มีกำหนดการจะเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานใหญ่ของ Facebook ในประเทศไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด

Advertisement

“เขา(Meta) บอกว่านอกจากปิดกั้นหาบัญชีแล้ว ยังมีการปิดกั้นบัญชีอื่นๆที่เป็นเครือข่ายเดียวกันด้วย ซึ่งส่วนตัวมองว่าคำพูดดูสวยหรูฟังไม่ขึ้นแต่ขอให้เอาข้อมูลมาคุยกัน.. ทาง Meta ระบุว่าระบบของเขามีการป้องกันเนื้อหาถึง 95% ทั่วโลก แต่ที่เราเห็นเพียงแค่ 5%” นายไชยชนก กล่าว

ด้าน ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางตำรวจ ปอท. และ สอท. ได้รับรายงานเรื่องการเผยแพร่คลิปอนาจารจาก 5 บัญชี เพื่อนำไปพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของสำนักงานฯ อยู่ระหว่างการขอข้อมูลจากแพลตฟอร์มมาวิเคราะห์แนวทางป้องกัน เนื่องจากมาตรา 15 ของ พ...คอมพิวเตอร์ (ข้อ 6 ของประกาศ) ที่กำหนดกรอบเวลาให้แพลตฟอร์มจัดการเนื้อหาภายใน 24 ชั่วโมง อาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากช่องโหว่ดังกล่าวทำให้มีโอกาสที่ตามประกาศเดิม Meta อาจรอดพ้นจากการถูกเอาผิดทางกฎหมาย จึงต้องตรวจสอบตามข้อ 6 ของประกาศด้วยว่าบริษัทมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเนื้อหาดังกล่าวด้วยหรือไม่

ขณะที่ พล.ต.ต. ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ระบุว่า บัญชีผู้กระทำความผิดทั้ง 5 บัญชีนั้น ตรวจสอบพบว่าเป็นบัญชีอวตารที่นำรูปภาพของคนหน้าตาดีมาตั้งเป็นภาพโปรไฟล์ พร้อมทั้งมีการแนบลิงก์ในลักษณะฟิชชิง (Phishing) เพื่อหลอกดูดข้อมูลของผู้ใช้งาน ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(4)

พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลังจากระบบตรวจพบการกระทำผิดในครั้งแรกและครั้งที่สอง ได้มีการประสานงานกับทาง Facebook ทันที ซึ่งทางแพลตฟอร์มชี้แจงว่ามีระบบป้องกันอยู่แล้ว แต่คนร้ายอาศัยช่องโหว่ของระบบปัญญาประดิษฐ์ในการเล็ดรอดเพื่อเผยแพร่ นอกจากนี้ยังพบพฤติการณ์ซ้ำซ้อนคือ หลังจากสิ้นสุดการถ่ายทอดสด ได้มีการนำคลิปวิดีโอดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อเพื่อโปรโมตเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งหลังจากนี้ทาง Facebook จะเร่งจัดหาข้อมูลที่ทางการไทยร้องขอเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปราม ทั้งนี้ ทางตำรวจชี้แจงว่าการรับชมเนื้อหาลามกอนาจารไม่มีความผิดตามกฎหมาย แต่หากผู้ใช้กดแชร์ส่งต่อหรือครอบครองจะถือว่ามีความผิด โดยเฉพาะการส่งต่อในกลุ่มแอปพลิเคชันไลน์ (Line)

Advertisement

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ล่าสุดทางบริษัท Meta ได้แจ้งต่อสื่อมวลชนเพื่อแจ้งยกเลิกการจัดงาน Screen Smart Thailand 2.0 ซึ่งเดิมมีกำหนดการที่จะจัดขึ้นในช่วงบ่ายของวันนี้ เพื่ออัปเดตเกี่ยวกับฟีเจอร์ Teen Accounts และมาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับเยาวชนในประเทศไทย

Continue Reading
Advertisement