Connect with us

ข่าว

กกร. ห่วงเศรษฐกิจไทยปี 68 โตต่ำกว่าเป้า ส่งออกชะลอตัว เหตุ “หนี้ครัวเรือน” พุ่ง-SME ปรับตัวไม่ทัน

Published

on

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานการประชุม คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานการประชุม คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า กกร. คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวที่ 2.4-2.9% ต่ำกว่าประมาณการเดิมที่ 2.8-3.2% ขณะที่การส่งออกปี 2568 คาดว่าจะขยายตัว 1.5-2.5% ชะลอตัวลงจากปี 2567 ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำที่ 0.8-1.2%

นายสนั่น กล่าวว่า “เศรษฐกิจไทยปี 2568 ยังคงมีภาคการท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์หลัก โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 39 ล้านคน ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่จะออกมาในช่วงครึ่งปีแรก อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ เนื่องจากปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น หนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 104% ของ GDP เมื่อรวมหนี้นอกระบบ เศรษฐกิจนอกระบบ และธุรกิจ SME ขาดความสามารถในการปรับตัว”

ทั้งนี้ กกร. มีความกังวลต่อแนวโน้มการค้าโลก ที่คาดว่าจะมีความผันผวนจากนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก ซึ่งอาจส่งผลให้มีการทะลักเข้ามาของสินค้าจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นภาครัฐจึงควรเร่งใช้มาตรการปกป้องผู้ประกอบการในประเทศ เช่น มาตรการตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing Duty: CVD) การตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (Anti-circumvention: AC) และมาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguard Measure: SG) รวมทั้งควรพิจารณาปรับลดระยะเวลาการไต่สวน และให้ความสำคัญกับบทบาทของภาครัฐในการทำหน้าที่ยื่นเสนอแทนภาคเอกชน เพื่อให้การป้องกันสินค้าทุ่มตลาดเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

กกร. ยังได้เน้นย้ำถึงปัญหาหนี้นอกระบบในประเทศไทย โดยระบุว่า จากการสำรวจของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า หนี้ครัวเรือนในภาพรวมอยู่ที่ 104% ต่อ GDP โดย 40% ของครัวเรือนที่มีหนี้นอกระบบมีบทบาทเป็นทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ในเครือข่ายเดียวกัน ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาลูกโซ่ในระบบเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น การสร้างฐานข้อมูลลูกหนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินในระบบ และสร้างความโปร่งใสในการจัดการปัญหาในระยะยาว

Advertisement

สำหรับเศรษฐกิจโลกในปี 2568 กกร. คาดว่า จะมีอัตราการเติบโตใกล้เคียงกับปี 2567 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากพัฒนาการด้านเทคโนโลยี และนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลง อย่างไรก็ดี มาตรการกีดกันทางการค้า โดยเฉพาะนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ เป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 นอกจากนี้ ยังต้องติดตามความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่อาจทำให้ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงความผันผวนของตลาดเงินและตลาดทุนจากความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินสหรัฐฯ

Continue Reading
Advertisement