ข่าว
ผู้ขาย Temu ในจีนแห่ประท้วงหลังโดนปรับบาน! เพราะลูกค้าตีกลับสินค้า
Temu แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซจีน ราคาย่อมเยา ที่มาพร้อมกับสโลแกน “ซื้อราวกับเป็นมหาเศรษฐี” กำลังถูกผู้ค้านับร้อยชีวิตประท้วง หลังจากพวกเขาถูกปรับจากมาตรการใหม่ที่แพลตฟอร์มกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจถูกปรับสูงถึง 5 เท่าจากราคาสินค้า หากลูกค้าตัดสินใจขอคืนเงินและตีกลับสินค้า
มาตรการดังกล่าว เริ่มใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 เพื่อปรับผู้ขายที่ถูกลูกค้าตีกลับสินค้าและขอเงินคืน โดยการปรับสูงสุดอยู่ที่ 5 เท่าของมูลค่าสินค้า โดยแพลตฟอร์มอ้างว่า เพื่อรักษาคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า
สำหรับ Temu เป็นแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ ที่เข้าไปตีตลาดในสหรัฐฯในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา และกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว เพราะมีสินค้าต่าง ๆ ที่เจ้าตลาดอย่าง Amazon มี แต่ขายในราคาที่ถูกกว่าหลายร้อยเท่า (สินค้าบางชิ้นก็ถูกซื้อเหมาจากจีนเพื่อนำเข้าไปขายในสหรัฐฯและเพิ่มราคาอีกที จึงไม่แปลกที่ Temu ที่ส่งจากจีนเลยจะทำราคาได้ถูกกว่า)
ผู้ขายหลายรายบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ว่า หากลูกค้าขอคืนเงินและส่งคืนสินค้าเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่จากมาตรการดังกล่าวพวกเขาถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างมาก เพราะแพลตฟอร์มเลือกที่จะปรับพวกเขาอย่างไร้เหตุผล บางรายถูกปรับเป็นเงินเกือบ 1,450,000 บาท ทั้งที่สินค้าที่ขายราคาเพียง 100-150 บาทเท่านั้น
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ผู้ค้า 400-500 รายไปรวมตัวกันประท้วงหน้าสำนักงานใหญ่ของแพลตฟอร์ม เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม
Temu ออกแถลงการณ์ว่า พ่อค้า-แม่ค้าที่ออกมาประท้วงปฎิเสธที่จะรับแนวทางแก้ไขข้อพิพาธ หรือใช้กระบวนการทางกฎหมายมาแก้ไขปัญหาดังกล่าว ขณะที่กลุ่มพ่อค้า-แม่ค้า ก็ออกมาโต้แย้งว่า ได้ลงทะเบียนเข้ารับการแก้ไขปัญหานี้ไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด
ทั้งนี้ พ่อค้า-แม่ค้า ส่วนหนึ่งระบุว่า พวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะพวกเขาเองก็มีลูกค้องอีกหลายร้อยชีวิตในโรงงานที่ต้องจ่ายค่าจ้าง ดังนั้นการยุติการขายใน Temu จึงเป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขา
กระแสข่าวดังกล่าว เกิดขึ้นหลัง แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ Temu เปิดตัวเตรียมเข้ามาให้บริการในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีตลาดอีคอมเมิร์ซใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยอัตราการเติบโตปีต่อปีสูงถึง 34.1%
