Connect with us

ข่าว

อีริคสันเผยผู้ใช้ 5G ทั่วโลกทะลุ 3 พันล้านราย คาดไทยพุ่งแตะ 93 ล้านรายในอีก 5 ปี

Published

on

สำนักข่าวบริคอินโฟ รายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับล่าสุดระบุยอดผู้ใช้งาน 5G ทั่วโลกทะลุ 3.1 พันล้านรายในไตรมาสแรกของปี 2569 ชี้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ส่งผลให้ปริมาณการส่งข้อมูลแบบอัปลิงก์ (Uplink) เติบโตแซงหน้าดาวน์ลิงก์ (Downlink) อย่างรวดเร็วจากอิทธิพลของเทคโนโลยีเอไอและการสร้างสรรค์คอนเทนต์ ขณะที่ประเทศไทยคาดการณ์ว่ายอดผู้ใช้บริการจะเติบโตก้าวกระโดดไปถึง 93 ล้านรายภายในปี 2574

ข้อมูลสถิติจากรายงานของบริษัท อีริคสัน (Ericsson) ประจำเดือนมิถุนายน 2569 ระบุว่า ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา มีผู้ใช้บริการ 5G รายใหม่เพิ่มขึ้นทั่วโลก 162 ล้านราย ทำให้ยอดรวมอยู่ที่ 3.1 พันล้านราย และประเมินว่าจะเพิ่มเป็น 6.4 พันล้านรายภายในสิ้นปี 2574 สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียคาดว่าจะมียอดผู้ใช้งาน 670 ล้านราย หรือเกินกว่าร้อยละ 50 ของผู้ใช้งานมือถือทั้งหมดในภูมิภาค

ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทยนั้น เมื่อสิ้นปี 2568 มีจำนวนผู้ใช้งานอยู่ที่ 33 ล้านราย หรือคิดเป็นร้อยละ 36 ของผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมดในประเทศ และคาดว่าจะพุ่งสูงถึง 93 ล้านราย หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 92 ในอีก 5 ปีข้างหน้า

ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ให้บริการด้านการสื่อสารราว 390 รายที่เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ และมากกว่า 90 รายได้เปิดให้บริการเครือข่ายหลักแบบ 5G Standalone หรือ 5G SA โดยปริมาณการใช้งานดาต้าผ่าน 5G คิดเป็นร้อยละ 48 ของทราฟฟิกมือถือทั้งหมด และคาดว่าจะเพิ่มเป็นร้อยละ 85 ในสิ้นปี 2574

Advertisement

แอนเดอร์ส เรียน ประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย (Ericsson Thailand) กล่าวถึงทิศทางดังกล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ของการบริโภคข้อมูลที่ขับเคลื่อนผ่านแอปพลิเคชันเอไอ การทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ และคอนเทนต์ที่ผู้ใช้สร้างขึ้นเอง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดการส่งข้อมูลแบบอัปลิงก์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เครือข่ายจึงต้องวิวัฒนาการจากการเชื่อมต่อแบบทั่วไปไปสู่โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่รองรับข้อมูลประสิทธิภาพสูงอย่างต่อเนื่อง

สิ่งสำคัญคือการลงทุนในคลื่นความถี่ระดับกลาง โดยเฉพาะย่าน 3.5 GHz ควบคู่กับการเร่งวางระบบ 5G Standalone เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อที่แตกต่างผ่านเทคโนโลยี Network Slicing ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการรับประกันประสิทธิภาพการใช้งานเฉพาะด้าน และปลดล็อกโอกาสใหม่ ๆ ให้กับระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอของไทย

ด้าน เอริค เอคุดเดน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ อีริคสัน (Ericsson) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Physical AI จะทำให้รูปแบบการรับส่งข้อมูลเปลี่ยนไปสู่ระบบที่ใช้ตัวแทนเอไออัตโนมัติประมวลผลแบบกระจายศูนย์ ทำให้เครือข่ายมือถือกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สำคัญ

ทั้งนี้ บริการบนเทคโนโลยี 5G SA Network Slicing มีการเติบโตอย่างรวดเร็วจาก 65 บริการในช่วงปลายปี 2568 มาเป็น 84 บริการในปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงการขยับจากการเริ่มต้นใช้งานไปสู่การสร้างมูลค่าหลักเชิงพาณิชย์

Advertisement

นอกจากนี้ ปริมาณการรับส่งข้อมูลบนเครือข่ายมือถือและอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงประจำที่ทั่วโลกในไตรมาสแรกยังเติบโตขึ้นร้อยละ 22 ต่อปี โดยมีตลาดอินเดียและอเมริกาเหนือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ซึ่งจากผลการวัดความคับคั่งบนเครือข่ายพบว่าผู้ให้บริการส่วนใหญ่มีอัตราการเติบโตของอัปลิงก์สูงกว่าดาวน์ลิงก์อย่างชัดเจน

นอกจากความก้าวหน้าของเครือข่ายในปัจจุบันแล้ว ภาคอุตสาหกรรมยังเริ่มให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี 6G มากขึ้น โดยมีการหารือด้านมาตรฐานเพื่อรองรับระบบตรวจจับและการสื่อสารแบบบูรณาการ การผสานเครือข่ายดาวเทียมเข้ากับเครือข่ายภาคพื้นดินเพื่อลดช่องว่างของสัญญาณ และมุ่งเน้นประสิทธิภาพการใช้พลังงานผ่านเทคโนโลยี AI-Native 6G คาดว่าข้อกำหนดเบื้องต้นที่ใช้งานได้จริงจะได้รับการสรุปภายในสิ้นปี 2571 หรือต้นปี 2572 ก่อนที่จะมีการเปิดตัวบริการ 6G เชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกในปี 2573 โดยมีสหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับเป็นกลุ่มแรกที่จะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้งาน

Advertisement
Continue Reading
Advertisement