Connect with us

ข่าว

โนเกีย (Nokia) ชูโครงสร้างพื้นฐานออปติกรับยุค AI ดันไทยสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีเอเชียแปซิฟิก

Published

on

โนเกีย (Nokia) จัดงาน Wavelengths APAC ในไทย ชูเทคโนโลยีเครือข่ายออปติก (Optical Networking) รองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI และศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ดันไทยสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีเอเชียแปซิฟิก

สำนักข่าวบริคอินโฟ – โนเกีย (Nokia) จัดงาน Wavelengths APAC ที่กรุงเทพฯ ในรอบ 10 ปี โชว์นวัตกรรม เครือข่ายออปติก (Optical Networking) รองรับการเติบโตของเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Hyperscale Data Centers) พร้อมชี้โอกาสของประเทศไทยในการก้าวเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วยข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมต่อยอดสู่ระบบนิเวศดิจิทัลระดับโลก

วีโต ดิ มารีอา รองประธานฝ่าย Optical Networks ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ โนเกีย (Nokia) ระบุว่า การจัดงานครั้งนี้มีพันธมิตรผู้เข้าร่วมกว่า 800 คน และเป็นการกลับมาจัดที่กรุงเทพฯ อีกครั้งนับตั้งแต่ปี 2016 โดยมองว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี เนื่องจากมีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่เชื่อมโยงประเทศต่างๆ ในภูมิภาค

ปัจจุบันไทยมี ศูนย์ข้อมูล (Data Center) กว่า 53 แห่ง หากสามารถดึงดูดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเข้ามาได้ จะยิ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

นอกจากนี้ โอกาสที่สำคัญของไทยคือการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อศูนย์ข้อมูล การทำ Co-location hosting และบริการ GPU as a service ซึ่งทั้งหมดต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานและผู้ให้บริการที่ทำงานร่วมกันอย่างแข็งแกร่ง

Advertisement

รอน จอห์นสัน รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ฝ่าย Optical Networks ของ โนเกีย (Nokia) นำเสนอแนวโน้มอุตสาหกรรมว่า ความต้องการแบนด์วิดท์ที่พุ่งสูงขึ้นและข้อจำกัดด้านความจุของโครงข่ายไฟเบอร์ ทำให้ต้องมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ เช่น ICE7 และ PSE-6s เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงาน เขามองว่าโครงสร้างพื้นฐานในเขตเศรษฐกิจของไทยมีความพร้อม และผลิตภัณฑ์ของ Nokia จะสามารถตอบโจทย์การประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลได้

ทั้งนี้ การขยายสายเคเบิลออปติกเพิ่มเติมเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากข้อจำกัดของเทคโนโลยีปัจจุบันที่ไม่สามารถดึงประสิทธิภาพจากสายเส้นเดียวได้มากกว่านี้ หากพิจารณาถึงประโยชน์สาธารณะ การที่ภาครัฐร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานล่วงหน้าจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการรองรับข้อมูลที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

ด้าน คริสเตียน อูเรโมวิช ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Solution Marketing ของ โนเกีย (Nokia) ชี้ว่าการลงทุนด้าน โครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลกผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้ให้บริการ ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Hyperscalers) และผู้ให้บริการคลาวด์ ภายในงานยังมีการสาธิตเทคโนโลยี เครือข่ายออปติก แบบครบวงจร โซลูชัน Data Center Interconnect (DCI) รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเสมือนจริงเพื่อสำรวจนวัตกรรมที่ช่วยลดการใช้พลังงาน

ปัจจุบัน โนเกีย (Nokia) เป็นผู้นำอันดับสองของโลกในตลาด โครงสร้างพื้นฐานการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงโดยใช้แสง หรือ Optical Networking (ไม่รวมตลาดในจีน) ซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI ทั่วโลกมีการวางสายไฟเบอร์ออปติกไปแล้วกว่า 1,200 ล้านกิโลเมตร โดยรายได้ของกลุ่มตลาดนี้มีมูลค่าราว 13,100 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตไปถึง 24,000 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2030 ซึ่งมูลค่านี้ครอบคลุมทั้งผู้ให้บริการวางสายเคเบิลและผู้ให้บริการโซลูชันที่เกี่ยวข้อง

Advertisement

โดย วีโต ดิ มารีอา ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า การขยายตัวของ AI ในทุกอุตสาหกรรม ทำให้ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูงมีความสำคัญมากกว่าที่เคย และนวัตกรรมด้าน เครือข่ายออปติก จะช่วยปลดล็อกศักยภาพของยุค AI พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของประเทศไทย