Connect with us

ข่าว

ตำรวจ-อย. ตัดตอนสายหื่น ปราบยาเสียสาวก่อนลอยกระทง พร้อมเตือน ปชช. ให้ระวัง

Published

on

ยาเสียสาว

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย รอง ผบช.ก., เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ. โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.ปัญญา กล้าประเสริฐ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.สุพจน์ พุ่มแหยม ผกก.4 บก.ปคบ., สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดย นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และ เภสัชกรหญิงวรสุดา ยูงทอง ผู้อำนวยการกองยา ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติกรณีระดมกวาดล้างผู้จำหน่ายยาปลุกเซ็กส์ ตรวจค้น 6 จุด ตรวจยึดของกลาง 80 รายการ มูลค่ากว่า 1.9 ล้านบาท

ตรวจค้นพื้นที่กรุงเทพมหานคร, จ.นนทบุรี, จ.ปทุมธานี และ จ.นครราชสีมา รวมทั้งสิ้น 6 จุด ดังนี้

  1. บ้านพักย่าน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ตรวจยึดยาปลุกเซ็กส์ และเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ จำนวน 10 รายการ, เจลหล่อลื่น 3 รายการ, ถุงยางอนามัย 6 รายการ และผลิตภัณฑ์ต้องสงสัยว่าเป็นยาเสพติดประเภทสารระเหย จำนวน 12 รายการ
  2. บ้านพักย่าน ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ตรวจยึดยาปลุกเซ็กส์ และเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ จำนวน 10 รายการ
  3. บ้านพักย่านพัฒนาการ 38 แขวง/เขต สวนหลวง กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่อ้างสรรพคุณการปลุกเซ็กส์ จำนวน 4 รายการ และผลิตภัณฑ์สำหรับทากระตุ้นความรู้สึกทางเพศ จำนวน 6 รายการ
  4. บ้านพักย่านห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง จำนวน 2 รายการ และยาไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา จำนวน 7 รายการ
  5. บ้านพักย่านแขวงดอกไม้ เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ จำนวน 1 รายการ
  6. บ้านพักย่าน ต.บางไผ่ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ตรวจยึดยาปลุกเซ็กส์ และยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ จำนวน 13 รายการ
    ตรวจยึดของกลางรวม 80 รายการ โดยเป็นยาปลุกเซ็กส์ หรือยาเสียสาว จำนวน 106 ชิ้น, ยาเสริมสมรรถภาพทางเพศ จำนวน 1,891 ชิ้น , ผลิตภัณฑ์สำหรับทากระตุ้นความรู้สึกทางเพศ จำนวน 169 ชิ้น, ผลิตภัณฑ์ต้องสงสัยว่าเป็นยาเสพติดประเภทสารระเหย ( ป็อปเปอร์ ) จำนวน 220 ขวด, เซ็กส์ทอยรูปแบบต่างๆ และถุงยางอนามัย จำนวน 470 ชิ้น

แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย ได้แก่

  1. นายอิสรพงษ์(สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี
  2. นาย บุญ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี
  3. นายพิทยา (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี

ในความผิดฐาน “ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต และขายยาที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา” โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา

พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจาก ปรากฏข่าวตามสื่อเกี่ยวกับภัยของยากลุ่มกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ไฮโซคนดังหยอดยาเสียสาวผสมเหล้าให้รับประทาน จนร่างกายเกิดภาวะช็อกเสียชีวิต, พริตตี้สาวถูกคนร้ายหวังข่มขืน โดนหยอดยาปลุกเซ็กส์ให้รับประทานจนเกิดความต้องการทางเพศ อาเจียน และเกิดภาวะช็อก และ ชายสูงวัยรับประทานยาไวอากร้าจนเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน เป็นต้น โดย “ยาเสียสาว-ยาเสียหนุ่ม” อาจประกอบด้วยสารอันตรายชนิดต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อระบบประสาท เช่น รู้สึกตื่นตัว สนุก รวมถึงกระตุ้นความรู้สึกอยากมีเพศสัมพันธ์ หรือบางชนิดอาจทำให้เบลอหรือง่วง ซึ่งปรากฏว่ามีการโฆษณาขายในโซเชียล ส่วนใหญ่จะเป็นของเหลวใส ง่ายต่อการผสมในเครื่องดื่ม

Advertisement

เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคจึงมีการเฝ้าระวังกลุ่มยาชนิดดังกล่าวเรื่อยมา ประกอบกับในช่วงเดือนพฤศจิกายน มีเทศกาลสำคัญซึ่งมีหนุ่มสาวออกมารวมตัวกันเพื่อ “ลอยกระทง” บางส่วนมีการจัดงานปาร์ตี้ส่วนตัว และสังสรรค์ตามสถานบันเทิง ซึ่งอาจเป็นช่องว่างให้มีการนำยาเสียสาวมาใช้กับเหยื่อเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์สิน ล่วงละเมิดทางเพศ หรือก่ออาชญากรรมรูปแบบอื่น ๆ จึงเป็นที่มาของการระดมกวาดล้างยาเสียสาวต้อนรับเทศกาลลอยกระทงในครั้งนี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. จึงทำการตรวจสอบการจำหน่ายยาปลุกเซ็กส์รูปแบบต่างๆ ตามแพลตฟอร์มออนไลน์ พบว่ามีการจำหน่ายอย่างแพร่หลาย

เมื่อทำการตรวจสอบเว็ปไซต์ดังกล่าวข้างต้นพบว่า มีการจำหน่ายยาปลุกเซ็กส์สำหรับผู้ชาย – ยาปลุกเซ็กส์ชนิดน้ำไร้รส ไร้กลิ่นสำหรับผู้หญิง, ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ, และเซ็กส์ทอยจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการสืบสวนจนทราบสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เข้าทำการตรวจค้น ตรวจยึดสิ่งของผิดกฎหมายส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. และแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสิ้น 3 ราย
อนึ่ง ผลิตภัณฑ์ต้องสงสัยว่าเป็นยาเสพติดประเภทสารระเหย (ป็อปเปอร์) หรือ เอมิลไนไตรท์ (Amyl nitrite) มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด ถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เพื่อบำบัดอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และใช้รักษาอาการพิษจากไซยาไนด์ แต่ในปัจจุบันมีผู้นำไปใช้เพื่อกระตุ้นความรู้สึกทางเพศเพื่อลดความเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก และอวัยวะเพศหญิง โดยพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. จะนำตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึด ส่งตรวจ ณ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข หากตรวจพบว่าเป็นสารระเหย ผู้จำหน่ายจะมีความผิดฐาน “จำหน่ายสารระเหยโดยไม่มีภาพ เครื่องหมาย หรือข้อความที่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าสารระเหยต้องจัดให้มีภาชนะบรรจุหรือหีบห่อที่บรรจุฯ” ตาม พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม

  1. พ.ร.บ. ยา พ.ศ.2510
    1.1. ฐาน “ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    1.2. ฐาน “ขายยาที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  2. พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ได้รับใบรับจดแจ้ง” ระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  3. กรณีการจำหน่ายเซ็กส์ทอย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 มาตรา 287 ฐาน“ขายวัตถุหรือสิ่งของลามก” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เภสัชกรหญิงวรสุดา ยูงทอง ผู้อำนวยการกองยา กล่าวว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอขอบคุณตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ที่สืบสวนขยายผลจนสามารถตรวจยึดยาที่ผิดกฎหมายได้จำนวนมาก จากการจับกุมพบยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาที่ลักลอบนำเข้า และขายให้ผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม ซึ่งตัวผลิตภัณฑ์ถือว่าเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและการใช้ยาผิดวัตถุประสงค์เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เนื่องจากไม่ทราบแหล่งผลิตว่ามีมาตรฐานหรือไม่ ทั้งจากกระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน และอันตรายจากการใช้ยาเกินขนาดจนอาจถึงแก่ชีวิตได้ จึงขอเตือนไปยังพี่น้องประชาชนว่า ไม่ควรซื้อยาใด ๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ตหรือโซเชียลมีเดียมารับประทานเอง ควรได้รับคำแนะนำในการใช้ยาที่ถูกต้องจากเภสัชกร เนื่องจากผลข้างเคียงของการใช้ยาที่ไม่ถูกต้องอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

อย. จึงขอย้ำเตือนพี่น้องประชาชนว่า ยาจะต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย และยาไม่สามารถซื้อขายทางออนไลน์ได้ ต้องซื้อจากร้านยา หรือได้รับการตรวจวินิจฉัยและจ่ายโดยแพทย์จากสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชนเท่านั้น
ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบเห็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัยหรือไม่ได้รับอนุญาต สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือผ่าน Email: 1556@fda.moph.go.th Line@FDAThai, Facebook: FDAThai หรือ ตู้ปณ.1556 ปณฝ.กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

Advertisement

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. กล่าวว่าจากการตรวจสอบในครั้งนี้พบ ยาไม่มีทะเบียน เป็นจำนวนมาก ซึ่งทางตำรวจเฝ้าระวังและจะขยายผลถึงต้นตอของยาไม่มีทะเบียนที่ตรวจพบในแหล่งจำหน่ายทุกจุด และฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวตามสถานบันเทิงต่างๆ ควรระมัดระวังเครื่องดื่มของตนเอง ไม่ดื่มเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่อยู่ในภาชนะปากกว้างที่ง่ายต่อการผสมยาอันตรายลงไป และไม่ละสายตาจากเครื่องดื่มของตนเอง เป็นต้น

ขอเตือนไปยังกลุ่มคนที่ลักลอบขายและใช้สรรพคุณยาผิดวัตถุประสงค์ว่า ยาคือหนึ่งในปัจจัยสี่ ที่ใช้เพื่อรักษาโรคหรือบรรเทาอาการเจ็บป่วยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้อย่างถูกวิธีและได้รับคำแนะนำในการใช้อย่างละเอียด จากผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม โดยเฉพาะยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษซึ่งจะต้องใช้อย่างระมัดระวังตามใบสั่งของแพทย์เท่านั้น และจะดำเนินการกวาดล้างผู้ที่กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง หากพี่น้องประชาชนพบเห็นร้านขายยาใดมีพฤติกรรมในการใช้พนักงานขายยาที่ไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมหรือการกระทำความผิดกฎหมายในลักษณะอื่นใดสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ปคบ.1135 หรือ เพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภคได้ตลอดเวลา

“ผู้ต้องหาหรือจําเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคําพิพากษาถึงที่สุด”

Advertisement
Continue Reading
Advertisement