Connect with us

ข่าว

อังกฤษประท้วงต้านล็อกดาวน์ ตำรวจลอนดอนเจ็บ 8 นาย

Published

on

ล็อกดาวน์

หนังสือพิมพ์อีฟนิง สแตนดาร์ด (Evening Standard) ของสหราชอาณาจักร รายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ 8 นาย ได้รับบาดเจ็บจากเหตุประท้วงต่อต้านการล็อกดาวน์ในใจกลางกรุงลอนดอนที่ถูกยกระดับความรุนแรง

รายงานข่าวอ้างอิงตำรวจนครบาลระบุว่า กลุ่มผู้ประท้วงขว้างปาขวดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่พยายามสลายการชุมนุมในสวนสาธารณะไฮด์ปาร์คเมื่อค่ำวันเสาร์ (24 เม.ย. 64) ที่ผ่านมา ขณะภาพถ่ายบนสื่อสังคมออนไลน์เผยให้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงนายหนึ่งมีเลือดออกจากบาดแผลที่ศีรษะ ขณะตำรวจอีกนายมีบาดแผลคล้ายกันบริเวณหน้าผาก

ตำรวจนครบาลเผยว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแม้อาการบาดเจ็บไม่ร้ายแรง และมีผู้ถูกจับกุม 5 ราย ด้วยข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในขณะนี้

อนึ่ง การประท้วงเกิดขึ้นบนถนนอ็อกซ์ฟอร์ด ใจกลางกรุงลอนดอน หลังจากผ่อนปรนข้อจำกัดล็อกดาวน์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ได้เกือบ 2 สัปดาห์ โดยบรรดาผู้ประท้วงปฏิเสธจะปฏิบัติตามกฎระเบียบเว้นระยะห่างทางสังคม หลายคนที่มาร่วมชุมนุมต่างยืนใกล้ชิดกัน

Advertisement

รายงานข่าวระบุว่ากลุ่มผู้จัดการประท้วงดังกล่าวเรียกร้องผู้เข้าร่วม “ส่งเสียงดังให้มากที่สุด” และ “หลีกเลี่ยงการรวมตัวเป็นกลุ่มก้อน” ทว่าขอให้ประชาชน “คล้องแขนเป็นกำแพงมนุษย์ หากตำรวจพยายามเข้าสลายการชุมนุม”

ผู้ประท้วงหลายคนต่างออกมาต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์ แม้มีการยกเลิกหลายข้อจำกัดเพิ่มเติมตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย. 64 ซึ่งทำให้มีผู้คนแห่แหนออกมาจับจ่ายซื้อของตามถนนสายหลักและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ด้านบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เรียกร้องประชาชน “มีความรับผิดชอบ” ขณะมีการผ่อนปรนให้โรงยิมในร่ม สระว่ายน้ำ ร้านทำเล็บ และสวนสัตว์ กลับมาเปิดทำการอีกครั้ง

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าข้อจำกัดทางกฎหมายทั้งหมดในอังกฤษจะถูกยกเลิกภายในกลางเดือนมิถุนายนตามแผนการผ่อนปรนล็อกดาวน์ 4 ขั้นของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ทว่าบรรดาผู้เชี่ยวชาญเตือนแม้มีความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน แต่สหราชอาณาจักร “ยังไม่พ้นขีดอันตราย” ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ใหม่ โดยเฉพาะเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ บราซิล และอินเดีย กอปรกับการระบาดระลอกสามในทวีปยุโรป

Advertisement

ที่มา : สำนักข่าวซินหัว

Continue Reading
Advertisement