ข่าว
แคนาดาจ่อออกกฎหมายแบนเด็กต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย ตามรอยอังกฤษและออสเตรเลีย
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลแคนาดาเตรียมผลักดันกฎหมายใหม่เพื่อสั่งห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานโซเชียลมีเดีย (Social Media) ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดที่สอดคล้องกับหลายประเทศทั่วโลกที่พยายามจำกัดการเข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ของเยาวชน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตรวจสอบอายุผู้ใช้งาน หลังจากที่อังกฤษและออสเตรเลียเคยเผชิญกับปัญหาในลักษณะเดียวกันมาแล้ว
ร่างกฎหมายดังกล่าวมีชื่อว่า Safe Social Media Act ซึ่งจะบังคับให้บริษัทโซเชียลมีเดียต้องป้องกันไม่ให้เยาวชนที่อายุไม่ถึงเกณฑ์สร้างหรือครอบครองบัญชีผู้ใช้งาน เว้นแต่แพลตฟอร์มจะสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีมาตรฐานความปลอดภัยตามที่กำหนด นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังครอบคลุมถึงการควบคุมแชตบอตปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI chatbots ที่โต้ตอบกับสาธารณะและสามารถจำลองความสัมพันธ์แบบมนุษย์ได้ อย่างไรก็ตาม เด็กๆ จะไม่ถูกสั่งห้ามใช้งานแชตบอตโดยเด็ดขาด เนื่องจาก มาร์ค มิลเลอร์ รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่าเทคโนโลยีนี้ยังมีประโยชน์ในด้านการศึกษา
เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จะมีการจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลแห่งใหม่ขึ้นมาภายใต้ชื่อ คณะกรรมาธิการความปลอดภัยดิจิทัลแห่งแคนาดา (Digital Safety Commission of Canada) หากแพลตฟอร์มใดฝ่าฝืน อาจต้องเผชิญกับโทษปรับสูงสุดถึง 3% ของรายได้ทั่วโลก หรือ 10 ล้านดอลลาร์แคนาดา ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของการละเมิด นอกจากนี้ กฎหมายยังพุ่งเป้าไปที่เนื้อหาอันตราย 7 ประเภท รวมถึงเนื้อหาที่ส่งเสริมการทำร้ายตัวเอง ยุยงให้เกิดความรุนแรง สร้างความเกลียดชัง หรือภาพลามกอนาจารที่ไม่ได้รับการยินยอม โดยแพลตฟอร์มจะต้องลบเนื้อหาบางประเภทออกภายใน 24 ชั่วโมง
อย่างไรก็ดี ข้อเสนอนี้ได้สร้างความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวในแคนาดา โดยเฉพาะวิธีการที่บริษัทเทคโนโลยีจะใช้เพื่อยืนยันอายุของผู้ใช้งาน ไมเคิล ไกสต์ ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายดิจิทัลจากมหาวิทยาลัยออตตาวา ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า การบังคับใช้มาตรการนี้สร้างความกังวลอย่างมหาศาล และอาจทำให้การจำกัดอายุกลายเป็นมาตรฐานทั่วไปของอินเทอร์เน็ต เขาชี้ให้เห็นว่า “เมื่อคุณสร้างโครงสร้างพื้นฐานนี้และรวบรวมข้อมูลเหล่านี้จำนวนมากแล้ว ก็ไม่มีทางที่จะนำยาสีฟันกลับเข้าไปในหลอดได้อีก” ซึ่งเขาเตือนว่าในอนาคตอินเทอร์เน็ตของแคนาดาอาจบังคับให้ต้องเก็บข้อมูลบัตรประจำตัวเพื่อเข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆ
ทางด้าน เจย์ โกลด์เบิร์ก จากศูนย์ทางเลือกผู้บริโภค (Consumer Choice Centre) ได้วิจารณ์ว่าการแบนโซเชียลมีเดียของแคนาดาเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง พร้อมยกตัวอย่างจากประเทศออสเตรเลียที่มีการแบนในลักษณะเดียวกัน แม้จะมีการระงับบัญชีไปถึง 5 ล้านบัญชี แต่ผลการศึกษาพบว่าเยาวชนอย่างน้อย 20% สามารถกลับมาใช้โซเชียลมีเดียได้อีกครั้งผ่านเครื่องมืออย่าง VPN โกลด์เบิร์กกล่าวว่า “วัยรุ่นสามารถหาวิธีหลบเลี่ยงเพื่อเข้าถึงโซเชียลมีเดียได้ แต่การแบนอย่างเบ็ดเสร็จอาจเป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เลือกจะไม่ทำเช่นนั้น เพราะมันจะตัดขาดพวกเขาจากกลุ่มสนับสนุน กลุ่มแชต และช่องทางในการติดต่อกับเพื่อนหรือคนรักที่อยู่ห่างไกล”
ความพยายามของแคนาดาเกิดขึ้นหลังจากที่กฎการตรวจสอบอายุได้สร้างกระแสต่อต้านในประเทศอื่นมาแล้ว เช่นในสหราชอาณาจักร ระบบยืนยันอายุกลายเป็นประเด็นถกเถียงเมื่อชายที่มีรอยสักมากที่สุดในอังกฤษอ้างว่าระบบสั่งให้เขาถอดใบหน้าออกเพราะเข้าใจผิดว่ารอยสักคือหน้ากาก ขณะที่เกมเมอร์ก็หาวิธีหลบเลี่ยงระบบของอังกฤษด้วยการใช้ใบหน้าของตัวละครจากเกม Death Stranding แม้รัฐบาลแคนาดาจะยืนยันว่าร่างกฎหมายนี้มีจุดประสงค์เพื่อปกป้องเยาวชนบนโลกออนไลน์ แต่ข้อเสนอนี้กำลังเข้าสู่วังวนการถกเถียงเดียวกับที่เกิดขึ้นในอังกฤษและออสเตรเลีย ว่าการตรวจสอบอายุสามารถปกป้องเด็กได้จริงหรือไม่โดยไม่สร้างปัญหาใหม่ด้านความเป็นส่วนตัวและการบังคับใช้กฎหมาย
