Connect with us

บทความ

ราชกิจจานุเบกษา คืออะไร ? กฎหมายทุกฉบับต้องประกาศลงราชกิจจาฯหรือไม่ ?

Published

on

ราชกิจจานุเบกษา

ทุกครั้งที่มีเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับกฎหมายใหม่หรือประกาศใหม่ ๆ เรามักได้ยิน-ได้เห็นว่า “ราชกิจจานุเบกษา ประกาศให้…” “ราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้…” แล้ว ราชกิจจานุเบกษา คืออะไร ? ทำไมกฎหมายต้องประกาศลงราชกิจจาฯ ?

ราชกิจจานุเบกษา คืออะไร ?

ราชกิจจานุเบกษา (Royal Thai Government Gazette หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Government Gazette) เป็นหนังสือรวบรวมคำประกาศของทางราชการ โดยเริ่มจัดพิมพ์ขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพุทธศักราช 2401 ทำหน้าที่ผลิตข่าวสารของทางราชการเพื่อเผยแพร่ให้ราษฎรได้ทราบทั่วถึงกัน และพระราชทานชื่อว่า “ราชกิจจานุเบกษา” แปลว่า “เป็นที่เพ่งดูราชกิจ” อยู่ในความรับผิดชอบของกรมอาลักษณ์ ปัจจุบันมีสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีซี่งเป็นหน่วยงานของรัฐทำหน้าที่รับผิดชอบจัดพิมพ์

กฎหมายทุกฉบับต้องประกาศลงราชกิจจาฯหรือไม่ ?

เรื่องนี้ กลุ่มงานราชกิจจานุเบกษา เคยตอบคำถามไว้ใน กระดานถาม-ตอบ บนเว็บของราชกิจาฯ เองว่า “ก่อนอื่นต้องเข้าใจคำว่า “กฎหมาย” ในที่นี้หมายถึง รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ หรือพระราชกำหนด หรือประกาศของคณะปฏิวัติชื่อต่าง ๆ ที่มีลำดับศักดิ์ของกฎหมายเป็นชั้น พระราชบัญญัติที่เรียกว่า “กฎหมายแม่บท” กฎหมายแม่บทเหล่านี้ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาจึงจะใช้บังคับได้ ส่วนพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่ง นั้น โดยปกติออกโดยอาศัยอำนาจของกฎหมายแม่บทฉบับใดฉบับหนึ่ง จึงถูกจัดเป็นกฎลำดับรอง หรืออนุบัญญัติของกฎหมายแม่บทที่มีทั้งอยู่ภายใต้บังคับให้ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาจึงจะใช้บังคับได้ และที่ให้มีผลใช้บังคับได้ทันทีที่ตราออกมาได้โดยไม่ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกฎหมายแม่บทแต่ละฉบับจะบัญญัติเรื่องนั้นไว้อย่างไรเป็นสำคัญ”

“การประกาศกฎหมายแม่บทหรือกฎลำดับรองในราชกิจจานุเบกษานั้น เป็นกระบวนการเพื่อเป็นตามหลักนิติธรรมที่ว่า รัฐจะออกกฎหมายหรือกฎมาบังคับประชาชนเท่าที่จำเป็น และเมื่อต้องการออกกฎหมายหรือกฎใดเพื่อบังคับประชาชนก็ต้องจัดให้ประชาชนได้ทราบกฎหมายหรือกฎนั้น เพื่อตรวจสอบหรือโต้แย้งได้ด้วย ซึ่งจะเห็นได้จากการที่กฎหมายแม่บทแต่ละฉบับให้อำนาจรัฐมนตรี หรือเจ้าหน้าที่ออกกฎลำดับรองได้ ก็มักจะระบุเพิ่มเติมได้ด้วยกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งนั้นให้ใช้บังคับได้เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่หลักการดังกล่าวและกฎหมายต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะมิได้กำหนดให้กฎหมายหรือกฎลำดับต้องมีผลใช้บังคับในวันใดตามตายตัว ผู้ตราหรือออกกฎหมายหรือกฎลำดับรอง จึงสามารถเลือกกำหนดได้ตามความจำเป็นเร่งด่วน หรือเหมาะสมของแต่ละกรณี โดยอาจกำหนดวันเดือนปีที่จะใช้บังคับไว้ตายตัว หรือก่อนหลัง หรือในวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ได้ทั้งสิ้น เพียงแต่ถ้าจะให้มีผลใช้บังคับก่อนวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาจะกระทำได้เฉพาะก่อให้เกิดผลเป็นคุณต่อผู้อยู่ในบังคับของกฎหมายหรือกฎลำดับรองนั้น เท่านั้นเป็นโทษไม่ได้ ทั้งนี้ตามหลักกฎหมายทั่วไป”

Advertisement

“ดังนั้น การพิจารณาว่าด้วยกฎหมายหรือกฎลำดับรองฉบับใดเริ่มมีผลใช้บังคับเมื่อใด จึงไม่ใช่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และอาจมิใช่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเสมอไป หากแต่ต้องตรวจสอบเนื้อหาภายในกฎหมายหรือกฎลำดับรองนั้น ๆ เป็นเรื่อง ๆ ไปว่า กำหนดวันบังคับใช้ไว้เป็นเมื่อใดเป็นหลัก เว้นแต่กรณีที่ไม่ได้เขียนกำหนดไว้เลย จึงจะให้ถือวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นวันเริ่มต้นการมีผลใช้บังคับกฎหมายหรือกฎลำดับรองนั้นได้ตามหลักกฎหมายทั่วไป”

หากกล่าวสรุปให้เข้าใจง่าย คือ ราชกิจจานุเบกษา เปรียบเสมือนสื่อสังคมในการประกาศกฎหมายและสิ่งต่าง ๆ ที่ราชการต้องการให้ประชาชนทราบ กฎหมายบางฉบับไม่จำเป็นต้องประกาศในราชกิจจาฯก็มีผลบังคับใช้ได้ ขึ้นอยู่กับตัวกฎหมายใหญ่ของเนื้อหานั้น ๆ บังคับให้ประกาศในราชกิจจาฯ หรือไม่ แต่หากประกาศลงในราชกิจจาฯแล้วจะถือว่าประชาชนทราบโดยทั่วกัน

การประกาศใช้กฎหมายในราชกิจจานุเบกษา

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาไว้ในมาตรา 38 ว่า

“เมื่อสภาผู้แทนราษฎรได้ร่างพระราชบัญญัติขึ้นสำเร็จแล้วให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ท่านให้ใช้เป็นกฎหมายไว้”

นับแต่บัดนั้นมา ร่างพระราชบัญญัติที่นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว จะมีผลบังคับก็ต่อเมื่อได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติอยู่ถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ก็ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 90 ว่า

Advertisement

“ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ จะตราขึ้นเป็นกฎหมายได้ก็แต่โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา และเมื่อพระมหากษัตริย์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธย หรือถือเสมือนว่าได้ทรงลงพระปรมาภิไธยตามรัฐธรรมนูญนี้แล้ว ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป”

ราชกิจจานุเบกษาเป็นหนังสือสำคัญของทางราชการในการใช้เป็นสื่อระหว่างรัฐกับประชาชน โดยทำให้ประชาชนได้รับทราบและได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและเรื่องสำคัญต่างๆ ของชาติ จึงมีประโยชน์และมีคุณค่าสูงยิ่งในการศึกษาค้นคว้า โดยเฉพาะฉบับย้อนหลังเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและอ้างอิงได้ในทางนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ภาษา วรรณคดี ขนบธรรมเนียมประเพณี และประวัติบุคคล ฯลฯ หากศึกษาค้นคว้าทั้งระบบจะทำให้เข้าใจประวัติศาสตร์ของชาติทุกด้านในแต่ละยุคสมัย

ราชกิจจาฯ มีประกาศเรื่องอะไรบ้าง

เรื่องที่ลงในราชกิจจานุเบกษาช่วงปี 2489 – ปัจจุบัน เป็นเรื่อง ที่มีคุณค่าทุกด้านไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ศาสนา การศึกษา ฯลฯ ถ้าศึกษาข้อมูลแต่ละด้านในราชกิจจา นุเบกษาจะทำให้เราทราบถึงประวัติพัฒนาการ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้นในด้านนั้น ๆ

เรื่องที่จะนำลงประกาศหรือลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาได้ จะต้องมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

Advertisement
  1. เรื่องที่กฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา
  2. ข้อมูลข่าวสารของราชการที่ต้องส่งไปลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
  3. เรื่องที่กฎหมายมิได้บัญญัติให้ต้องประกาศหรือส่งพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา แต่เป็นเรื่องสำคัญที่สมควรเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ

ราชกิจจานุเบกษามี 4 ประเภท

  1. ประเภท ก ฉบับกฤษฎีกา เป็นประกาศเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา พระบรมราชโองการที่เป็นกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งของหน่วยงานหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่เป็นอนุบัญญัติ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกำหนดและเรื่องที่ประชาชนทั่วไปควรได้รับทราบ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คำพิพากษาของศาลปกครองอันถึงที่สุดให้เพิกถอนกฎ ใช้อักษรย่อ ก ระบุไว้หลังเลขเรียงลำดับตอนที่ เช่น เล่ม 123 ตอนที่ 1 ก วันที่ 1 มกราคม 2549
  2. ประเภท ข ฉบับทะเบียนฐานันดร เป็นการประกาศเกี่ยวกับการสถาปนาและถอดถอนสมณศักดิ์ รายชื่อผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญราชการ หรือยศ รายชื่อผู้ถูกเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือถูกถอดยศ และรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือเหรียญตราต่างประเทศ หมายกำหนดการ พระราชพิธีต่างและข่าวในพระราชสำนัก ใช้อักษรย่อ ข ระบุไว้หลังเลขเรียงลำดับตอนที่ เช่น เล่ม 123 ตอนที่ 1 ข วันที่ 1 มกราคม 2549
  3. ประเภท ค ฉบับทะเบียนการค้า เป็นการประกาศเกี่ยวกับการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด การเปลี่ยนแปลงและการเพิกถอนทางทะเบียน ใช้อักษรย่อ ค ระบุไว้หลังเลขเรียงลำดับตอนที่ เช่น เล่ม 123 ตอนที่ 1 ค วันที่ 1 มกราคม 2549
  4. ประเภท ง ฉบับประกาศและงานทั่วไป เป็นการประกาศเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุในประเภท ก ประเภท ข และประเภท ค ใช้อักษรย่อ ง ระบุไว้หลังเลขเรียงลำดับตอนที่ เช่น เล่ม 123 ตอนที่ 1 ง วันที่ 1 มกราคม 2549

ราชกิจจานุเบกษาแต่ละประเภท อาจกำหนดออกตอนพิเศษตามความจำเป็น เช่น เล่ม 123 ตอนพิเศษ 1 ก วันที่ 1 มกราคม 2549

Continue Reading
Advertisement