การเมือง
ราชกิจจานุเบกษาประกาศยุบสภา 2568 อนุทิน แจงเหตุรัฐบาลเสียงข้างน้อยบริหารงานสะดุด คืนอำนาจประชาชนเลือกตั้งใหม่ใน 60 วัน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 โดยมีผลบังคับใช้ทันทีในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจทางการเมืองใหม่ หลังนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ระบุเหตุผลความจำเป็นจากปัญหารัฐบาลเสียงข้างน้อยที่ขาดเสถียรภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและความขัดแย้งชายแดน โดยกฎหมายกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องจัดการ เลือกตั้งทั่วไป ใหม่ภายใน 45 ถึง 60 วัน
รายละเอียดจากประกาศระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตรา พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 103 และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทั้งนี้ มาตรา 4 ของพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกำหนด ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ โดยให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้รักษาการ
สาเหตุสำคัญของการประกาศ ยุบสภา ในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลฯ ว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันซึ่งเข้าบริหารราชการแผ่นดินตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2568 มีสถานะเป็น รัฐบาลเสียงข้างน้อย แม้จะประกอบด้วยพรรคการเมืองหลายพรรค แต่ไม่มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ทำให้การบริหารงานท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และภูมิรัฐศาสตร์โลก รวมถึงสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณ ชายแดนไทย–กัมพูชา เป็นไปด้วยความยากลำบาก และขาดความต่อเนื่อง
เนื้อหาในประกาศยังระบุถึงความจำเป็นเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองว่า แม้รัฐบาลจะพยายามผลักดันนโยบายสำคัญ อาทิ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแก้ปัญหาผลกระทบจากสงครามการค้า และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ แต่ด้วยสภาวการณ์ที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ส่งผลให้ไม่อาจบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากปล่อยไว้จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนานาประเทศและระบบเศรษฐกิจ การยุบสภาจึงเป็นทางออกที่เหมาะสมเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนได้เลือกตั้งใหม่ ให้ได้มาซึ่งรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากและมีเสถียรภาพตามระบอบประชาธิปไตย
ทั้งนี้ ภายหลังการประกาศยุบสภา จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งภายในกรอบเวลาตามรัฐธรรมนูญ คือระหว่าง 45 ถึง 60 วัน หากคำนวณจากวันที่ประกาศราชกิจจานุเบกษา คาดการณ์ว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปครั้งใหม่ จะเกิดขึ้นอย่างช้าที่สุดภายในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
