ข่าว
บอร์ดอีวีเคาะปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า ผูกเงื่อนไขผลิตและใช้ชิ้นส่วนในประเทศ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) มีมติเห็นชอบหลักการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า โดยใช้แนวทางกำหนดอัตราภาษีตามสัดส่วนการสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจภายในประเทศ เพื่อเร่งส่งเสริมการลงทุน การตั้งฐานการผลิต และการเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศ รวมถึงการจ้างงาน หลังสัดส่วนการจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้ากลุ่ม xEV ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ขยับขึ้นเป็นร้อยละ 55 ของยอดจดทะเบียนทั้งหมด
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ Thailand Board of Investment (BOI) ในฐานะกรรมการและเลขานุการบอร์ดอีวี ระบุว่า การประชุมที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้วางกรอบแนวทางภาษีใหม่ผ่าน 5 หลักการสำคัญ ได้แก่ การนำเข้าเพื่อดึงดูดการลงทุนระยะยาวโดยผูกเงื่อนไขกับการผลิตจริง การผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออก การยกระดับการใช้ชิ้นส่วนในประเทศที่มีมูลค่าเพิ่มสูง การสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่างรถยนต์นำเข้ากับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ และการพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศ
โครงสร้างภาษีสรรพสามิตอัตราใหม่จะพิจารณาลดหลั่นตามมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นจริง รถยนต์นำเข้าสำเร็จรูปจากผู้ประกอบการที่ไม่มีโรงงานผลิตในไทยจะต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้น ส่วนผู้ผลิตที่มีฐานโรงงานในประเทศแล้วต้องการนำเข้าบางรุ่นเพื่อทดลองตลาด จะถูกจำกัดปริมาณตามมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สร้างขึ้น ขณะที่รถยนต์ผลิตในประเทศจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ลดลงตามระดับการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีการใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หลักที่ผลิตในไทย
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 2 ชุด ได้แก่ คณะอนุกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์สมัยใหม่และชิ้นส่วน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน รับผิดชอบการพัฒนาห่วงโซ่การผลิต ระบบการจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้ว และการจัดการซากรถยนต์ และคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน เพื่อดูแลการขยายสถานีชาร์จและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมมอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังเร่งจัดทำแนวทางสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติม
สำหรับภาพรวมตลาดและการลงทุน ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้อนุมัติโครงการที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้ารวม 189 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 151,372 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนผลิตแบตเตอรี่ 87,073 ล้านบาท การผลิตรถยนต์ BEV มูลค่า 38,563 ล้านบาท และการผลิตชิ้นส่วนสำคัญ 12,558 ล้านบาท ด้านสถานีอัดประจุไฟฟ้ามีแผนติดตั้งรวม 23,135 หัวจ่าย เป็นหัวจ่ายแบบ Quick Charge จำนวน 10,249 หัวจ่าย ขณะที่กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ได้แก่ Mitsubishi, Honda, Mazda และ Isuzu มีแผนขยายการลงทุนปรับปรุงสายการผลิตและพัฒนาระบบอัตโนมัติรวมกว่า 50,000 ล้านบาท เพื่อรองรับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าหลากรูปแบบ
