Connect with us

การเมือง

ศุภมาส เผยผลงาน สคบ. 2 เดือน ชดเชยผู้บริโภคกว่า 22 ล้านบาท เร่งดันกฎหมาย Lemon Law คุ้มครองสินค้าชำรุด

Published

on

รมต. ศุภมาส อิศรภักดี สั่ง สคบ. ลงพื้นที่เกาะเกร็ด นนทบุรี ตรวจสอบร้านเครื่องปั้นดินเผาไม่ส่งของให้ลูกค้า พร้อมแนะวิธีรักษาสิทธิผู้บริโภคและมาตรการคืนเงิน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ในรอบ 2 เดือน ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2569 โดยสามารถช่วยเหลือและชดเชยเยียวยาผู้บริโภคคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 22.6 ล้านบาท พร้อมทั้งเร่งขับเคลื่อนกฎหมายควบคุมคุณภาพสินค้าชำรุดบกพร่อง และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิประชาชนอย่างต่อเนื่อง

การประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ครั้งที่ 4/2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล ได้รับทราบการดำเนินงานเยียวยาผู้บริโภคในช่วง 2 เดือนดังกล่าว ซึ่งแบ่งเป็นคดีที่อยู่ระหว่างส่งพนักงานอัยการดำเนินคดีมูลค่า 14.5 ล้านบาท ศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ประกอบธุรกิจชดเชยมูลค่า 6.2 ล้านบาท และกรณีที่ยุติเรื่องโดยไม่ต้องฟ้องคดีมูลค่ากว่า 1.9 ล้านบาท นอกจากนี้ ที่ประชุม สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ยังมีมติให้ดำเนินคดีแพ่งกับผู้ประกอบธุรกิจที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภคเพิ่มอีก 33 คดี มูลค่ารวมกว่า 6 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นข้อพิพาทด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้บริการ สินค้าทั่วไป และการซื้อขายสินค้าออนไลน์ตามลำดับ

นางสาวศุภมาส ระบุว่า นโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคเป็นอันดับแรก ซึ่งในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา สคบ. ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนจำนวน 8,465 เรื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นปัญหาจากการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ รัฐบาลจึงมุ่งปฏิรูปงานคุ้มครองผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. …. หรือ Lemon Law ซึ่งผ่านวาระรับหลักการจากสภาผู้แทนราษฎรแล้วเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อใช้เป็นกลไกปกป้องสิทธิกรณีสินค้าชำรุดหรือไม่ตรงตามโฆษณา

นอกจากนี้ คคบ. ได้เห็นชอบมาตรการป้องกันระยะยาว 3 เรื่อง ได้แก่ การขอความร่วมมือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส บังคับใช้กฎหมายกับแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ต่างชาติอย่างเข้มงวด การประสานกระทรวงมหาดไทยกำหนดมาตรการความปลอดภัยบ้านพักพูลวิลล่าให้มีวิศวกรรับรองระบบไฟฟ้าและสระว่ายน้ำพร้อมประกันภัย และการสนับสนุนการแก้ไขพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ให้มีระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อระงับสินค้าที่ไม่ปลอดภัยได้อย่างทันท่วงที

สำหรับประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ ที่ประชุมได้สั่งการให้ Office of the Consumer Protection Board ประสานงานร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับผู้ผลิตและผู้นำเข้าของเล่นสกุชชี่ที่ไม่แสดงฉลากและไม่มีเครื่องหมาย มอก. ส่วนกรณีผู้บริโภคเสียชีวิตหลังรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากช่องทางออนไลน์ สคบ. ได้นัดเจรจาไกล่เกลี่ยในวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 พร้อมมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เฝ้าระวังการโฆษณา ทั้งยังได้ร่วมมือกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ บก.ปคบ. ในการเข้าตรวจค้นแหล่งผลิตสเตียรอยด์ผิดกฎหมาย 3 จุด ยึดของกลางได้กว่า 1.8 ล้านชิ้น มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท

Advertisement

“ทุกกรณีที่ สคบ. ได้เร่งช่วยเหลือผู้บริโภคในห้วง 2 เดือนที่ผ่านมา ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการตามมติให้เห็นผลโดยเร็วที่สุด เพราะความปลอดภัยของประชาชนคือสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ทั้งนี้ขอเน้นย้ำประชาชนให้ตรวจสอบฉลาก เครื่องหมายมาตรฐาน และตัวตนผู้ขายก่อนซื้อสินค้าออนไลน์ทุกครั้ง หากไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถแจ้งสายด่วน สคบ. 1166 หรือช่องทางออนไลน์ของหน่วยงานได้ทันที” นางสาวศุภมาส กล่าวสรุป

Continue Reading
Advertisement