ข่าว
ปปง. เผยผลงานรอบปี ดำเนินการยึดอายัดและจัดการทรัพย์สินคดีฟอกเงินรวมกว่า 6.7 หมื่นล้านบาท
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) เผยแพร่ผลการดำเนินงานในรอบปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในวาระครบรอบ 27 ปี โดยสามารถดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมมูลค่ากว่า 67,364 ล้านบาท ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2568 ถึงสิงหาคม 2569 ครอบคลุมคดีฉ้อโกงประชาชน พนันออนไลน์ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี องค์กรอาชญากรรม ค้ามนุษย์ และยาเสพติด
- ปปง. ชี้แจงคดี แทนไท ณรงค์กูล ศาลสั่งยึดทรัพย์ 174 ล้านตกเป็นของแผ่นดินถึงที่สุดแล้ว แยกส่วนคดีอาญาไม่ฟ้อง
- รัฐบาลยกระดับปราบสแกมเมอร์ สกัดบัญชีม้าทุกธนาคาร เร่งคืนเงินผู้เสียหายผ่าน ปปง. โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล
การประชุมสรุปผลงานจัดขึ้น ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร โดยมี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม ภายในงานมีการจัดแสดงความคืบหน้าด้านการปรับปรุงกฎหมาย เช่น ระเบียบคณะกรรมการธุรกรรม พ.ศ. 2568, ประกาศกำหนดสถานภาพบุคคลทางการเมือง (PEPs) เพื่อความโปร่งใสตามมาตรฐานสากล AML/CFT และกฎกระทรวงการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2569 ซึ่งเปิดทางให้นำเงินที่ถูกยึด อายัด หรือระงับไว้ มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท ส่งคืนแก่ผู้เสียหาย
ในส่วนของการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 6.7 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นการยึดและอายัดทรัพย์สินกว่า 25,035 ล้านบาท ซึ่งมีคดีสำคัญ อาทิ คดีเครือข่ายสแกมเมอร์และฟอกเงินรายใหญ่ ยึดและอายัดทรัพย์สินกว่า 20,288 ล้านบาท, คดีนายก๊ก อาน 468 ล้านบาท, คดีนายบุญ 404 ล้านบาท, คดีนายเฉิน จื้อ 345.98 ล้านบาท ตลอดจนคดีหลอกลงทุนและแชร์ลูกโซ่อื่นๆ นอกจากนี้ ยังได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน 27,349 ล้านบาท ส่งเรื่องคุ้มครองสิทธิเพื่อคืนเงินแก่ผู้เสียหาย 10,981 ล้านบาท และศาลแพ่งมีคำสั่งให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินหรือคืนแก่ผู้เสียหายแล้วกว่า 3,999 ล้านบาท
ด้านการบริหารจัดการทรัพย์สิน ปปง. จัดการประมูลขายทอดตลาด 37 ครั้ง รวม 2,308 รายการ คิดเป็นเงิน 543 ล้านบาท ส่งคืนทรัพย์สินแก่เจ้าของและผู้รับประโยชน์มูลค่า 5,627 ล้านบาท และนำส่งกระทรวงการคลัง 723 ล้านบาท พร้อมบูรณาการความร่วมมือผ่านการจัดทำ MOU ร่วมกับหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศ 8 ฉบับ รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมทางการเงินกับกระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และหน่วยข่าวกรองทางการเงินแห่งรัฐสุลต่านโอมาน
สำหรับการขับเคลื่อนตามมาตรฐานสากลเพื่อเตรียมความพร้อมรับการประเมินรอบที่ 5 ของ Financial Action Task Force (FATF) ในปี 2571 ประเทศไทยผ่านเกณฑ์ด้านกรอบกฎหมายแล้ว 33 ข้อ จาก 40 ข้อ และด้านประสิทธิผล 4 ด้าน จาก 11 ด้าน ควบคู่กับการประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดด้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Sanction List) 500 รายชื่อ, รายชื่อตามกฎหมายไทย 421 รายชื่อ และรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธทำลายล้างสูงกลุ่ม DPRK และ IRAN รวม 123 รายชื่อ เพื่อยกระดับความมั่นคงทางการเงินของประเทศ
