การเมือง
รัฐบาลเผย “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ครั้งที่ 4 ประชาชนร่วมกว่า 1.8 แสนคน เงินหมุนเวียนทะลุ 23.9 ล้านบาท
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ครั้งที่ 4 เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ เผยผลลัพธ์การจัดกิจกรรมล่าสุด ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ มีประชาชนเข้าร่วมงานมากกว่า 1.8 แสนคน และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นได้มากกว่า 23.9 ล้านบาท พร้อมช่วยลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชนได้ทันทีในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินกิจกรรมจำหน่ายสินค้าเพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าชุมชน และผู้ผลิตสินค้าในท้องถิ่น โดยการจัดกิจกรรมครั้งที่ 4 นี้ ครอบคลุมพื้นที่ 878 อำเภอ ใน 76 จังหวัด มีร้านค้าเข้าร่วมทั้งสิ้น 9,669 ร้านค้า และมีสินค้านำมาจำหน่ายรวมกว่า 232,015 ชิ้น ส่งผลให้เกิดปริมาณการจับจ่ายใช้สอยรวม 23,933,544 บาท และสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้คิดเป็นมูลค่ากว่า 5,072,100 บาท
สำหรับร้านค้าที่นำสินค้ามาจัดจำหน่ายในครั้งนี้ ประกอบด้วย ร้านค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ ร้านสินค้า OTOP (โอทอป) ร้านค้าชุมชน และผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SMEs (เอสเอ็มอี) รวมถึงวิสาหกิจชุมชนและผู้ค้ารายย่อย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการนำสินค้าคุณภาพดีราคาประหยัดเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ โดยกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมและมียอดการสั่งซื้อสูงสุด ได้แก่ น้ำมันสำหรับประกอบอาหาร ไข่ไก่ ผลิตภัณฑ์ซักผ้า ข้าวสาร อาหารสด ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และสินค้าโอทอปประเภทอาหารและของใช้
นอกจากนี้ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้ระบุถึงภาพรวมการดำเนินงานตั้งแต่ครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 4 ว่า โครงการดังกล่าวสามารถสร้างปริมาณการจับจ่ายใช้สอยรวมแล้วกว่า 110.89 ล้านบาท และช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนรวมเป็นมูลค่ากว่า 24.51 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลสำเร็จของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนควบคู่กับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการรายเล็ก โดยใช้กลไกความร่วมมือจากทุกภาคส่วนกระจายสินค้าราคาประหยัดสู่ชุมชนทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นได้ง่ายขึ้น และช่วยให้เศรษฐกิจฐานรากเกิดการหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง” นางสาวลลิดา กล่าว
