Connect with us

การเมือง

รัฐบาลเดินหน้าโครงการ ไทยช่วยไทย ครั้งที่ 3 ผนึกรถพุ่มพวงกระจายสินค้าราคาประหยัดครบ 878 อำเภอทั่วประเทศ

Published

on

รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทย เปิดโครงการไทยช่วยไทย หนุนเครือข่ายรถพุ่มพวงกระจายสินค้าราคาประหยัด ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน สมัครออนไลน์ 1-7 พ.ค. 2569 นี้

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ ครั้งที่ 3 โดยร่วมมือกับเครือข่ายรถพุ่มพวงและภาคเอกชน นำสินค้าราคาประหยัดกระจายสู่ประชาชนครอบคลุมทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้สามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้มากกว่า 5.77 ล้านบาท และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากได้กว่า 26 ล้านบาท

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้กรมการปกครอง บูรณาการร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ผู้ประกอบการท้องถิ่น และเครือข่ายรถพุ่มพวง จัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยในการจัดงานครั้งที่ 3 นี้ มีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมแล้วกว่า 200,000 คน

จากการรวบรวมข้อมูลสถิติพบว่า จังหวัดที่มียอดการใช้จ่ายสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดชลบุรี จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดสระบุรี และ จังหวัดอ่างทอง ส่วนอำเภอที่มียอดใช้จ่ายสูงที่สุดคือ อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี ตามด้วย อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี และอำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

สำหรับกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมและมียอดสั่งซื้อสูงสุดในกลุ่มห้างค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่ ประกอบด้วย น้ำมันสำหรับประกอบอาหาร ไข่ไก่ ผลิตภัณฑ์ซักผ้า ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม และข้าวสาร ในส่วนของสินค้า โอทอป (OTOP) ที่มียอดจำหน่ายสูงคือ กลุ่มอาหาร ของใช้ ผ้าและเครื่องแต่งกาย เครื่องดื่ม และสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ขณะที่สินค้าชุมชนประเภทอาหารสด ขนมและเบเกอรี่ ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และอาหารแปรรูป ก็ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างมากเช่นกัน

Advertisement

เมื่อสรุปผลการดำเนินงานรวมกันทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวสามารถสร้างปริมาณการจับจ่ายใช้สอยรวมแล้วกว่า 86.96 ล้านบาท และช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้รวมกว่า 19.44 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าชุมชน รวมถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี (SMEs)

นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลปากท้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเครือข่ายรถพุ่มพวงและช่องทางจำหน่ายสินค้าในระดับชุมชน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นได้สะดวกขึ้นในราคาที่เป็นธรรม พร้อมทั้งช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ

“รัฐบาลจะเดินหน้ามาตรการลดค่าครองชีพ ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

Advertisement
Continue Reading
Advertisement